
โรคหัวใจและหลอดเลือดถือเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของคนทั่วโลกและโรคที่พบมากที่สุดคือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Artery Disease: CAD) หลายคนอาจคิดว่าโรคนี้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุแต่ความจริงแล้วคนหนุ่มสาวอายุต่ำกว่า 40 ปี ก็สามารถมีความเสี่ยงได้เช่นกัน
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเกิดจากอะไร?
โรคนี้เกิดขึ้นเมื่อมีการสะสมของไขมันคอเลสเตอรอลและสารอื่นๆ ที่ผนังหลอดเลือดทำให้เกิดคราบพลัค (plaque) จนหลอดเลือดตีบแคบ เลือดและออกซิเจนจึงไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่เพียงพอส่งผลให้เกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อยง่ายและอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
- ไขมันในเลือดสูงโดยเฉพาะคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ที่ไปเกาะผนังหลอดเลือด
- ความดันโลหิตสูงทำให้ผนังหลอดเลือดเสื่อมและตีบเร็วขึ้น
- โรคเบาหวานเพิ่มความเสี่ยงหลายเท่าตัว
- การสูบบุหรี่ทำลายผนังหลอดเลือดและเพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือด
- ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอกระทบต่อการทำงานของหัวใจโดยตรง
- พันธุกรรมหากมีคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคหัวใจ ความเสี่ยงก็สูงขึ้นตามไปด้วย
อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
- เจ็บแน่นหรือจุกบริเวณกลางหน้าอกอาจร้าวไปแขน คอ กราม หรือหลัง
- หายใจไม่อิ่ม เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
- ใจสั่น วิงเวียน หรือเป็นลม
- ในบางรายอาจไม่มีอาการชัดเจน โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน
ป้องกันได้ด้วยพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
- เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารทอด มัน เค็ม และหวาน
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์
- เลิกสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
- ควบคุมน้ำหนักและรอบเอว
- จัดการความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ
- ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะระดับไขมัน ความดันและน้ำตาลในเลือด
บทสรุป
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบไม่ได้เป็นปัญหาของผู้สูงอายุเท่านั้นแต่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย หากมีปัจจัยเสี่ยง การตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องหัวใจให้อยู่กับเราไปได้อีกนาน
Leave a Reply