หลายคนรู้ดีว่าพฤติกรรมการกินของตัวเองนั้นไม่ค่อยดีต่อสุขภาพ แต่ก็ยังคงทำอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นการลุกขึ้นมาต้มมาม่าตอนดึก หรือชอบกินของหวานจนอิ่มแน่น งานวิจัยเผยว่าสาเหตุหลักๆมาจาก “สมองและความเคยชิน” นั่นเอง

ทำไมเราถึงรู้ทั้งรู้แต่ยังทำ?

สมองของเรามีความชอบในการได้รับรางวัลแบบทันที เมื่อเรากินอาหารที่ถูกปาก สมองจะหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุข เป็นความสุขชั่วขณะที่สมองตอบสนองอย่างรวดเร็วและรุนแรงในทางตรงข้ามผลกระทบในระยะยาว เช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ ยังไม่เกิดขึ้นในขณะนั้น สมองจึงเลือกความสุขระยะสั้นมาก่อนผลเสียในระยะยาว

แนวทางการปรับพฤติกรรมการกินที่ดีขึ้น

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราสามารถค่อยๆ ปรับตัวให้ห่างจากการกินที่ไม่ดีต่อสุขภาพได้ทีละน้อยด้วยวิธี ดังนี้

  1. ค่อย ๆ ปรับรสชาติ
    ลดปริมาณเครื่องปรุง เช่น เกลือ น้ำตาล หรือผงชูรสในอาหารทีละน้อยเลือกเครื่องปรุงที่มีโซเดียมน้อยลงและเวลาสั่งเครื่องดื่ม ลองลดความหวานลง เช่น จากหวานร้อยเปอร์เซ็นต์ เหลือหวาน 50% จนกระทั่งปรับเป็นหวาน 0%
  2. ตั้งเป้าหมายระยะสั้น
    แทนที่จะพยายามเลิกแบบหักดิบลองเริ่มด้วยเป้าหมายที่เล็กลง เช่น ลดการกินมาม่าเหลือสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แล้วค่อยลดจำนวนลงเรื่อยๆ หรือจำกัดขนมถุงสัปดาห์ละ 1 ถุง วิธีนี้จะช่วยให้เราปรับตัวได้ง่ายขึ้นและมีความสำเร็จให้ชื่นชมเป็นระยะ
  3. หาของทดแทนที่ดีกว่า
    เปลี่ยนจากของหวานหรือของเค็มเป็นของที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผลไม้ ถั่ว หรือผักสด การฝึกให้ลิ้นชินกับรสชาติที่ดีต่อสุขภาพจะทำให้เราค่อยๆลดการโหยหาของที่ไม่ดีต่อสุขภาพลง

การค่อยๆ ปรับตัวเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

การปรับพฤติกรรมการกินอาจต้องใช้เวลาแต่หากเราค่อยๆ เปลี่ยนแปลงและฝึกฝนให้สมองและร่างกายชินกับตัวเลือกที่ดีกว่าเราก็จะสามารถควบคุมการกินได้ดีขึ้น สุขภาพจิตและร่างกายก็จะดีขึ้นตาม


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *