หวานจัดสมองล้า!งานวิจัยเผยน้ำตาลเกินเกณฑ์ตัวการบล็อกสัญญาณประสาทขัดขวางการฟื้นฟูความทรงจำ

ใครที่ชอบดื่มน้ำหวานทานเบเกอรีหรือต้องเติมน้ำตาลในอาหารจานโปรดเยียวยาความเหนื่อยล้าอยู่เป็นประจำอาจต้องหันกลับมาทบทวนพฤติกรรมนี้ด่วนเพราะรสชาติความหวานที่ทำให้เราฟินในระยะสั้นอาจกำลังเข้าไปชัตดาวน์ระบบความจำและการเรียนรู้ของสมองในระยะยาวโดยที่คุณไม่รู้ตัวล่าสุดมีงานวิจัยทางประสาทวิทยาและโภชนศาสตร์ระบุชัดเจนว่าการบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่สูงเกินไป High-Sugar Diet ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถของสมองในการฟื้นฟูและจัดเก็บความทรงจำกลไกเคมีในสมองเมื่อน้ำตาลเข้าไปบล็อกความจำใหม่ในระบบสมองของมนุษย์มีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่เรียกว่าฮิปโปแคมปัส Hippocampus ซึ่งทำหน้าที่เหมือนฮาร์ดดิสก์ในการบันทึกคัดแยกและฟื้นฟูความทรงจำระยะยาวรวมถึงการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเมื่อเรากินหวานจัดจนเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง ร่างกายจะเกิดกลไกที่ส่งผลเสียต่อสมองดังนี้ครับ

  1. ขัดขวางสาร BDNF (Brain-Derived Neurotrophic Factor) น้ำตาลที่สูงเกินไปจะเข้าไปลดการหลั่งสาร BDNF ซึ่งเปรียบเสมือนปุ๋ยบำรุงสมองมีหน้าที่ช่วยให้เซลล์ประสาทเติบโตและเชื่อมต่อสัญญาณระหว่างกัน Synaptic Plasticity เมื่อสารนี้ลดลง สมองจึงสร้างความทรงจำใหม่ๆได้ยากขึ้นและฟื้นฟูความจำเก่าได้ช้าลง
  2. ภาวะดื้ออินซูลินในสมอง Brain Insulin Resistance อินซูลินไม่ได้มีหน้าที่แค่ควบคุมน้ำตาลในกระแสเลือดเท่านั้นแต่ในสมองอินซูลินเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เซลล์สมองเผาผลาญพลังงานและประมวลผลความจำการกินหวานจัดทำให้สมองเกิดภาวะดื้ออินซูลินส่งผลให้เซลล์สมองขาดพลังงานเกิดอาการสมองตื้อ Brain Fog คิดอะไรไม่ออกนึกคำพูดหรือเรื่องราวในอดีตได้ยากขึ้น
  3. กระตุ้นการอักเสบระดับเซลล์ Neuroinflammation น้ำตาลส่วนเกินจะเร่งให้เกิดสารอนุมูลอิสระและการอักเสบในสมองส่งผลให้เนื้อเยื่อสมองเสื่อมสภาพเร็วขึ้นเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ Alzheimer’s Disease ในอนาคต

ข้อแนะนำเพิ่มเติมวิธีดีท็อกซ์น้ำตาลคืนความคมชัดให้สมอง

หากคุณเริ่มมีอาการหลงลืมบ่อยสมาธิสั้นลงหรือสมองเบลอหลังจากทานของหวานการปรับพฤติกรรมการกินคือทางออกที่ดีที่สุดในการฟื้นฟูสมองให้กลับมาแล่นอีกครั้งครับ

  • จำกัดปริมาณน้ำตาลต่อวันอ้างอิงตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่าไม่ควรบริโภคน้ำตาลที่เติมเพิ่ม (Free Sugars) เกิน 6 ช้อนชา หรือประมาณ 24 กรัมต่อวัน
  • ระวังน้ำตาลแฝง (Hidden Sugars) หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มชง (ชาไข่มุก, กาแฟสด), น้ำอัดลม, และน้ำผลไม้พร้อมดื่ม ซึ่งมักมีน้ำตาลพุ่งสูงเกินเกณฑ์ไปหลายเท่าในแก้วเดียว รวมถึงซอสปรุงรสต่างๆ
  • เติมสารอาหารบำรุงฮิปโปแคมปัสเน้นทานอาหารกลุ่มที่ช่วยเพิ่มสาร BDNF และต้านการอักเสบในสมอง เช่น กรดไขมันโอเมก้า-3 (พบมากในปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู), ผลไม้ตระกูลเบอร์รี และผักใบเขียวเข้ม
  • ทำสมาธิและออกกำลังกายแบบแอโรบิกการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (เช่น วิ่ง, ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ) สัปดาห์ละ 150 นาที เป็นวิธีธรรมชาติที่ดีที่สุดในการกระตุ้นการหลั่งสาร BDNF เพื่อซ่อมแซมและสร้างเซลล์สมองส่วนความจำขึ้นมาใหม่

การลดหวานอาจจะเป็นเรื่องยากในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกเนื่องจากสมองของเราติดสารแห่งความสุข Dopamine จากน้ำตาลไปแล้วแต่ถ้าคุณผ่านช่วงถอนความหวานไปได้คุณจะพบว่าระดับพลังงานในร่างกายจะคงที่ขึ้นอาการสมองตื้อจะหายไปและความจำของคุณจะกลับมาเฉียบคมสดใสพร้อมลุยงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแน่นอนครับสายหวานคนไหนเริ่มรู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเอง “ขี้ลืม” หรือ “สมองเบลอ” บ่อยๆบ้างครับ? ลองตั้งเป้าลดน้ำหวานวันละนิดแล้วแวะมาคอมเมนต์อัปเดตผลลัพธ์กันได้นะครับ! แอดมินเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังแฮ็กสุขภาพสมองครับ!


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *