หัวร้อนอยู่ดีๆ ก็มีน้ำตาไขข้อสงสัยทำไมเราถึงร้องไห้เวลาโกรธ

บ่อยครั้งที่ ‘น้ำตา’ มักใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความเสียใจ ทว่า น้ำตามีหลากหลายความหมายและบริบท เช่น น้ำตาที่ไหลตอนหั่นหัวหอม หรือเมื่อฝุ่นเข้าตา ซึ่งเป็นปฏิกิริยาการตอบสนองอัตโนมัติของร่างกายขณะที่พื้นฐานแล้ว น้ำตา (Basal tears) มีจุดประสงค์เพื่อช่วยหล่อลื่น และปกป้องกระจกตาของเราเป็นปกติในชีวิตประจำวันทั่วไปกระทั่งน้ำตาแสดงอารมณ์ (Emotional tears) ที่ไหลออกมาเมื่อเราร้องไห้ การเกิดขึ้นของน้ำตาประเภทนี้ จากการศึกษาพบว่าเมื่อเราร้องไห้ สมองจะปลดปล่อยสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin – ซึ่งเป็นสารเคมีจากต่อมใต้สมอง ที่ช่วยให้ผ่อนคลายความเจ็บปวด และทำให้รู้สึกดีขึ้นโดยมนุษย์นับเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ร้องไห้ จึงเกิดทฤษฎีหนึ่งที่กล่าวว่า น้ำตาเป็นดั่งสัญลักษณ์ในการแสดงถึงความกังวล ความอึดอัดใจที่เก็บไว้ภายใน การร้องไห้ออกมา จึงอาจง่ายกว่าการเล่า หรืออธิบายให้ใครสักคนฟัง ถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นข้างใน ทำให้น้ำตาทางอารมณ์จึงเป็นดั่งสัญญาณการขอความช่วยเหลือ ความต้องการ การปลอบประโลมจากคนรอบข้าง จากมนุษย์ถึงมนุษย์ด้วยกันแล้วทำไมเราถึงต้องร้องไห้เวลาโกรธ นั่นก็เพราะอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเราโกรธ ไม่ได้มีเพียงความโกรธเท่านั้น ยังมีอารมณ์มากมายที่ซ่อนลึกอยู่ข้างใน ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวด อับอาย ขายหน้า ผิดหวัง หรือโศกเศร้า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆ ที่ทำให้คุณโกรธ รวมกันกลายเป็นความรู้สึกหงุดหงิด คับข้องใจ จนร้องไห้ออกมาแม้น้ำตาอาจเป็นหลักฐานของความโศกเศร้า แต่ แอด วิงเกอร์โฮตส์ (Ad Vingerhoets) นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับน้ำตา และการร้องไห้มายาวนานถึง 20 ปี และเป็นศาสตราจารย์ด้านคลินิกจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยติลเบิร์ก (Tilburg University) กล่าวว่า แท้จริงแล้วน้ำตาแสดงอารมณ์ มักเกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกไร้ซึ่งพลัง (powerless) แต่พยายามจะเอาชนะ และก้าวข้ามกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก คับข้องใจ ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกของตัวเอง หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ “การร้องไห้ออกมาจึงเป็นดั่งวิธีเดียว ที่สามารถปลดปล่อยเราจากแรงกดดันทั้งหลายได้ในตอนนั้น” นี่เองจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเราถึงร้องไห้ในเวลาโกรธหรือเครียดอย่างไรก็ตาม การร้องไห้เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ เพราะถือเป็นการระบายอย่างหนึ่งขณะเดียวกันหากอยู่ท่ามกลางผู้คนหมู่มาก พื้นที่สาธารณะ หรือสถานการณ์ที่ไม่อยากร้องไห้ออกมาไม่อยากให้ใครเห็นหรือล่วงรู้ ลองหันมาโฟกัสที่ลมหายใจโดยหายใจเข้า-ออกช้าๆ ดื่มน้ำสักแก้วและเดินออกไปสูดอากาศข้างนอกก็นับเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยได้

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=903935804628090&set=a.811136580574680


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *