
มลพิษจากจาก “ไมโครพลาสติก” อาจคืบคลานเข้าสู่ปอดของเราได้ทุกลมหายใจ เพราะการสูดอากาศหายใจ เป็นวิธีที่มนุษย์จะได้รับพลาสติกมากที่สุด“ไมโครพลาสติก” มลพิษจากพลาสติกที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศ สามารถเดินทางไปทั่วโลก แม้แต่บนยอดเขาเอเวอเรสต์ ขั้วโลกเหนือ ใต้มหาสมุทรและบนก้อนเมฆก็ยังพบอนุภาคพลาสติกปะปนอยู่ ดังนั้นทุกการหายใจเข้าออกของเรา จึงมีโอกาสที่เราจะสูดดมชิ้นส่วนเล็กๆของพลาสติกเหล่านี้เข้าไปการศึกษาชอง ดร.สุวัส ซาฮา จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ ใช้พลศาสตร์ของไหลและอนุภาคเชิงคำนวณ (CFPD) ในการสร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์จำลองสถานการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเราหายใจเอาไมโครพลาสติกเข้าไปในร่างกายและเมื่อ มันเข้าไปอยู่ในร่างกายของเราแล้วจะไปส่วนใด
“ไมโครพลาสติก” อยู่ทุกที่ไมโครพลาสติก ชิ้นส่วนพลาสติกขนาดไม่เกิน 5 มิลลิเมตร และนาโนพลาสติก พลาสติกขนาดเล็กกว่าเส้นผมและตรวจจับได้ยาก ลอยฟุ้งอยู่ทั้งในสภาพแวดล้อมกลางแจ้งและในร่ม ซึ่งหมายความว่านี่เป็นปัญหาที่ทุกคนในโลกสามารถสัมผัสได้
ดร.ซาฮา ระบุว่า ไมโครพลาสติกในสิ่งทอสังเคราะห์เป็นอนุภาคพลาสติกที่พบได้มากที่สุดในอากาศภายในอาคาร ส่วนสภาพแวดล้อมภายนอกมีอนุภาคหลากหลายชนิดมากมายลอยอยู่ ตั้งแต่ฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนจากมหาสมุทรไปจนถึงอนุภาคที่เกิดจากการบำบัดน้ำเสีย
ก่อนหน้านี้ มีงานการวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าไมโครพลาสติกถูกพบในปอดของมนุษย์ เนื้อเยื่อรกของมารดาและทารกในครรภ์ นมแม่ และเลือดของมนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่านาโนพลาสติกเป็นมลพิษจากพลาสติกประเภทที่น่าเป็นห่วงที่สุดต่อสุขภาพของมนุษย์
ไมโครพลาสติกส่วนใหญ่ที่เข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ส่วนมากมาจากเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลหลายประเภท เช่น โฟมล้างหน้า ยาสีฟันที่มีเม็ดบีดส์ผสมอยู่ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์พลาสติกต่างๆที่สามารถแตกตัวเป็นชิ้นเล็กๆได้ เช่น ขวดน้ำ บรรจุภัณฑ์อาหาร และเสื้อผ้า “ไมโครพลาสติก” เข้าสู่ร่างกายในทุกลมหายใจการศึกษาพบว่ารูปแบบการหายใจที่ต่างกันจะทำให้ไมโครพลาสติกเหล่านี้เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจแตกต่างกันการหายใจเร็วจะทำให้อากาศไหลผ่านจมูกและลำคออย่างรวดเร็วอาจทำให้อนุภาคพลาสติกขนาดใหญ่เข้าไปติดในระบบทางเดินหายใจส่วนบนไม่ว่าจะเป็นโพรงจมูกกล่องเสียง
ขณะที่การหายใจช้าลงจะทำให้อนุภาคมีขนาดเล็กลงโดยเฉพาะนาโนพลาสติกสามารถเข้าไปในระบบทางเดินหายใจได้ลึกมากขึ้นอาจเข้าไปถึงโครงสร้างที่ละเอียดอ่อนของปอด เช่น เยื่อหุ้มปอด ถุงลมได้ นอกจากนี้รูปร่างของไมโครพลาสติกก็มีส่วนสำคัญเช่นกันว่าจะทำให้พลาสติกเข้าไปได้ถึงจุดใดเศษไมโครพลาสติกที่มีรูปร่างอื่นๆที่ไม่ใช่ทรงกลมมีแนวโน้มที่จะสามารถหลุดรอดผ่านกลไกการกรองตามธรรมชาติของร่างกายได้ดีกว่าการวิจัยชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอนุภาคพลาสติกเหล่านี้ช่วยเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้ปอดผิดปรกติเร็วขึ้นรวมถึงโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเกิดพังผืดในปอด หายใจลำบาก (Dyspnea) โรคหอบหืด และมีรอยทึบแบบกระจกฝ้า (ground glass opacity: GGO) ซึ่งเป็นรอยโรคผิดปรกติ ในปอดสามารถบ่งบอกถึงการอักเสบหรือโรคปอดระยะเริ่มแรก
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/bangkokbiznews
Leave a Reply