
เจนนิเฟอร์ คัลลิสตัน (Jennifer Culliston) นักศึกษาปริญญาเอกด้านมานุษยวิทยา ได้สร้างความแปลกใหม่ให้กับการศึกษาภาคสนาม ด้วยการเลือกที่จะศึกษาชีวิตและงานของ “ภารโรง” โดยใช้ชีวิตจริงทำงานเป็นภารโรงอยู่ถึง 2 ปี คัลลิสตันต้องการเข้าใจวิถีชีวิตของคนกลุ่มนี้อย่างลึกซึ้ง ทั้งด้านการทำงานประจำวันและปฏิสัมพันธ์ในสถานที่ทำงาน ซึ่งเป็นการนำเทคนิคการศึกษาภาคสนามของมานุษยวิทยามาประยุกต์ใช้ในสังคมสมัยใหม่ แทนการศึกษาชนเผ่าต่างๆ แบบดั้งเดิมที่มักเห็นในภาพจำของนักมานุษยวิทยา
หนึ่งในเกร็ดน่าสนใจจากการศึกษาภาคสนามนี้คือ คำแนะนำในการเลือกใช้ “ห้องน้ำสาธารณะ” คัลลิสตันพบว่าห้องน้ำสาธารณะที่อยู่ใกล้ประตูจะเป็นห้องที่สกปรกที่สุด เพราะเป็นตัวเลือกแรกของคนส่วนใหญ่ที่รีบใช้ โดยห้องที่สะอาดที่สุดจะอยู่ลึกเข้าไปด้านในสุด และหากมีตัวเลือกของห้องน้ำสองห้องในฝั่งซ้ายและขวา เธอแนะนำให้เลือกห้องซ้ายเสมอ เนื่องจากคนทั่วไปมีแนวโน้มจะเลือกห้องขวามากกว่า ทำให้ห้องขวาสกปรกเร็วขึ้น คัลลิสตันยังให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “ห้องน้ำคนพิการ” ซึ่งคนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นห้องที่สะอาดกว่าเพราะถูกใช้น้อย แต่กลับพบว่าเด็กๆ มักชอบใช้ห้องน้ำนี้ เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวางและไม่เหมือนห้องอื่นๆ ทำให้ห้องน้ำคนพิการกลายเป็นห้องที่ไม่สะอาดอย่างที่คิด
บทสรุปของคัลลิสตันทำให้เรามองเห็นว่าการใช้วิธีการศึกษาทางมานุษยวิทยาในบริบทที่คุ้นเคย สามารถช่วยเปิดเผยแง่มุมเล็กๆที่หลายคนอาจไม่เคยสังเกต และช่วยเพิ่มความเข้าใจในสังคมและพฤติกรรมประจำวันของคนทั่วไป
Leave a Reply