
ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องอาศัยการแก้ไขในระดับประเทศ แต่ในชีวิตประจำวันเราสามารถปกป้องสุขภาพของตัวเองและครอบครัวได้ด้วยการปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในบ้านและอาคารสำนักงาน หนึ่งในวิธีที่เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นคือการสร้าง “ห้องแรงดันบวก” (Positive Pressure Room) ซึ่งช่วยป้องกันฝุ่นและมลพิษจากภายนอกไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาและยกระดับคุณภาพอากาศในพื้นที่อยู่อาศัยอย่างชัดเจน
ห้องแรงดันบวกคืออะไร? ทำไมถึงช่วยลดฝุ่นได้จริง
ห้องแรงดันบวกคือพื้นที่ที่ถูกอัดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปมากกว่าปริมาณอากาศที่ไหลออก ทำให้ภายในห้องมีแรงดันสูงกว่านอกห้องส่งผลให้ ฝุ่น PM2.5 ควัน สารเคมีระเหย (VOCs) เชื้อโรคต่างๆไม่สามารถไหลย้อนกลับเข้ามาได้อุปกรณ์หลักที่ใช้ ได้แก่
- แผ่นกรอง HEPA / Activated Carbon / ULPA
- พัดลมเติมอากาศ (Fresh Air Fan)
หลักการนี้ถูกใช้ในห้องปลอดเชื้อห้องผ่าตัดและอาคารที่ควบคุมคุณภาพอากาศมานานก่อนจะเริ่มถูกนำมาประยุกต์ใช้ในบ้านและออฟฟิศทั่วไปอย่างแพร่หลายมากขึ้น
4 ขั้นตอนทำงานของระบบห้องแรงดันบวก
(ข้อมูลจากศูนย์วิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือ ม.เชียงใหม่)
1) กรองอากาศก่อนเข้าห้อง
อากาศภายนอกผ่านแผ่นกรองขจัด PM2.5 / สารพิษ / กลิ่น บางระบบใช้ ULPA ที่ละเอียดกว่า HEPA ลดอนุภาคเล็กกว่า PM2.5 ได้
2) อัดอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ห้อง
พัดลมเติมอากาศจะดันลมที่ผ่านการกรองแล้วเข้าสู่ห้องต้องอัดเข้ามากกว่าอากาศที่ไหลออกเพื่อสร้างแรงดันบวกอย่างต่อเนื่อง
3) ป้องกันอากาศปนเปื้อนย้อนกลับ
เมื่อแรงดันในห้องสูงกว่าช่องรั่วเล็กๆ เช่น รอยประตูหน้าต่างจะมีอากาศในห้องดันออกแทน ทำให้ฝุ่นและมลพิษไม่สามารถเล็ดลอดเข้ามาได้
4) ควบคุมการไหลเวียนด้วยเซ็นเซอร์
ระบบจะปรับแรงดันอัตโนมัติเมื่อพบว่าค่า PM2.5 หรือ CO₂ สูงช่วยให้คุณภาพอากาศคงที่และเหมาะสมต่อการอยู่อาศัย
ตัวอย่างการใช้งานจริงในอาคารสำนักงาน
บริษัท หาญ เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ใช้งานระบบ DOAS (Dedicated Outdoor Air System) เพื่อกรองและอัดอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ตัวอาคารจนเกิดแรงดันบวกในทุกห้องผลลัพธ์ที่ได้คืออากาศภายในอาคารสะอาดมากไม่มีฝุ่นเกาะตามโต๊ะ/เฟอร์นิเจอร์ช่วยลดความเสี่ยงสารก่อภูมิแพ้และระบบทางเดินหายใจแม้ DOAS จะเหมาะสำหรับอาคารใหญ่แต่ในบ้านหรือคอนโดก็สามารถใช้ เครื่อง Positive Pressure สำเร็จรูปที่เริ่มมีขายในตลาดได้เช่นกัน
นำห้องแรงดันบวกไปใช้ในบ้านทำอย่างไร?
ดร.เจน ชาญณรงค์ แนะนำว่าสำหรับบ้านหรือคอนโดที่มีเครื่องปรับอากาศอยู่แล้วสามารถใช้เครื่อง Positive Pressure ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นและ CO₂ เพื่ออัดอากาศบริสุทธิ์เข้าห้องโดยไม่ต้องใช้ระบบ DOAS ซึ่งช่วยให้ห้องไม่อับและลดฝุ่นสะสมได้ดี
ข้อควรรู้:
- ราคายังค่อนข้างสูง
- ไส้กรองบางรุ่นเป็นแบบเฉพาะทำให้ค่าบำรุงรักษาสูง
- หากมีระบบที่ใช้ไส้กรองมาตรฐานทั่วไปจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก
ระบบ Positive Pressure ช่วยได้มาก แต่ต้องควบคู่กับการจัดการมลพิษในอาคาร เช่น ตรวจคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยเครื่องวัด CO₂ ระดับ CO₂ สูงเกิน 1,000 ppm บ่งบอกว่าอากาศเริ่มอับและขาดการระบาย เลี่ยงสาร VOCs จากวัสดุตกแต่ง/เฟอร์นิเจอร์ หากจำเป็นควรเลือกผลิตภัณฑ์ Low VOC เพราะ VOCs อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหรือมะเร็งในระยะยาว
มุ้งแรงดันบวก Positive Pressure Tent แบบ DIY สำหรับบ้านที่ไม่มีห้องปิด
ในหลายพื้นที่ต่างจังหวัดที่บ้านโปร่งและไม่มีแอร์สามารถประยุกต์ใช้เป็น “มุ้งแรงดันบวก” เพื่อลดฝุ่น PM2.5 ได้ง่ายๆ
อุปกรณ์ที่ใช้
- พัดลม
- กล่องพลาสติกหรือกล่องกระดาษ
- แผ่นกรอง HEPA / PM2.5 / แผ่นกรองแอร์รถยนต์
วิธีทำ
- นำพัดลมต่อเข้ากล่องที่บรรจุแผ่นกรอง
- เป่าลมเข้าไปในมุ้งอย่างต่อเนื่อง
- มุ้งจะมีแรงดันภายในมากกว่าภายนอกฝุ่นจึงไม่สามารถเล็ดลอดเข้ามาได้
เป็นวิธีประหยัดและทำได้จริงเหมาะกับพื้นที่ค่าฝุ่นสูง เช่น ภาคเหนือช่วงฤดูหมอกควัน
คำแนะนำเพื่อสุขภาพทางเดินหายใจที่ดีขึ้น
- ใช้เครื่องวัดอากาศติดตามค่าฝุ่นในบ้าน
- ทำความสะอาดไส้กรองตามกำหนด
- เปิดอากาศถ่ายเทเมื่อค่าฝุ่นภายนอกต่ำ
- หลีกเลี่ยงการเผาไหม้ภายในบ้าน เช่น จุดธูป เผาขยะ
- เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ปล่อย VOCs ต่ำ
- หลีกเลี่ยงการเลี้ยงสัตว์แบบปล่อยในห้องหากผู้ป่วยเป็นภูมิแพ้
ห้องแรงดันบวกเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วย “ยกระดับคุณภาพอากาศ” ให้ดูแลสุขภาพของคนในบ้านและที่ทำงานได้อย่างเห็นผลโดยเฉพาะในช่วงฝุ่น PM2.5 หนัก การเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นระบบ DOAS เครื่อง Positive Pressure หรือมุ้งแรงดันบวกแบบ DIY ล้วนช่วยลดความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจและภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Leave a Reply