
เคยรู้สึกไหมว่านั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกัน แต่ตาอีกคนจ้องอยู่หน้าจอ? เล่าเรื่องสำคัญให้ฟังแต่คนตรงหน้าทำแค่พยักหน้าพร้อมสไลด์ฟีดโซเชียล?พฤติกรรมเหล่านี้ในทางจิตวิทยาเรียกว่า Partner Phubbing การละเลยคู่รักด้วยการสนใจโทรศัพท์มือถือแม้จะดูเป็นเรื่องเล็กๆที่ไม่มีใครทะเลาะกันเสียงดัง แต่กลับเป็นภัยเงียบที่ค่อยๆบั่นทอนความรู้สึกและสร้างระยะห่างให้คู่รักโดยไม่รู้ตัวสัญญาณเตือน!คุณกำลังเจอ Partner Phubbing หรือไม่?
- กินข้าวด้วยกันแต่ก้มดูแจ้งเตือนทุกมื้ออาหารกลายเป็นเวลาของการเช็กข่าวสารมากกว่าคุยกัน
- ดูหนังด้วยกันแต่ตอบแชตตลอดแม้จะนั่งข้างกันบนโซฟาแต่สายตาและความคิดไปอยู่ที่อื่น
- เล่าเรื่องสำคัญแต่คนฟังไม่เงยหน้าสื่อสารไร้สายตา (Eye Contact) ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนพูดอยู่กับความว่างเปล่า
- อยู่ในห้องเดียวกันแต่เหมือนอยู่คนละโลกไร้ปฏิสัมพันธ์และการปฏิสัมพันธ์ทางอารมณ์
ทำไมหน้าจอถึงบั่นทอนใจมากกว่าที่คิด? นักจิตวิทยาชี้ว่าเมื่อพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นซ้ำๆจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของอีกฝ่ายโดยตรงทำให้เกิดความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าพอให้อีกฝ่ายวางมือถือเกิดความชินชาและค่อยๆถอยห่างออกมารักษาความรู้สึกตัวเองจนนำไปสู่ภาวะความสัมพันธ์ที่เรียกว่า Emotional Distance หรือการห่างเหินทางอารมณ์ในที่สุดคำแนะนำเพื่อฟื้นฟูหัวใจคืนความหวานให้ความสัมพันธ์เราไม่จำเป็นต้องเลิกใช้โทรศัพท์มือถือตลอดเวลาแต่การจัดสรรเวลาอย่างมีคุณภาพ (Quality Time) สามารถช่วยให้ความสัมพันธ์กลับมาสดใสขึ้นได้ง่ายๆ
- สร้างโซนและเวลาปราศจากมือถือ (No-Phone Zone/Time) กำหนดร่วมกัน เช่น โต๊ะอาหารหรือช่วง 30 นาทีก่อนนอนจะเป็นเวลาปลอดหน้าจอเพื่อพูดคุยกัน
- ฝึกการสบตาและรับฟังอย่างใส่ใจ (Active Listening) เมื่ออีกฝ่ายเล่าเรื่องให้วางมือถือลงสบตาและตั้งใจฟังเพื่อแสดงให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเขาคือคนสำคัญที่สุดในขณะนั้น
- เริ่มต้นคืนนี้ด้วยกฎ 20 นาทีลองวางมือถือลงสิบบางช่วงเวลาแล้วเปิดบทสนทนาด้วยคำถามง่ายๆ เช่น “วันนี้เจอเรื่องอะไรที่ทำให้ยิ้มได้บ้าง?” หรือ “ช่วงนี้เหนื่อยไหม?”
จำไว้ว่าแจ้งเตือนบนหน้าจอรอให้กดดูทีหลังได้เสมอแต่ความรู้สึกของคนตรงหน้าหากสูญเสียไปแล้วอาจยากที่จะดึงกลับคืนมา
Leave a Reply