
ใครที่มีอาการปวดคอบ่าไหล่แล้วคิดว่าเป็นแค่ออฟฟิศซินโดรมทั่วไปนวดแป๊บเดียวก็หาย อาจจะต้องรีบเช็กตัวเองใหม่ด่วนๆครับ! เพราะหากปล่อยให้อาการเรื้อรังจนเริ่มมีอาการชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงแทรกซ้อนขึ้นมานั่นอาจไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อตึงธรรมดาแต่เป็นสัญญาณเตือนจากไขสันหลังหรือเส้นประสาทที่กำลังถูกกดทับอยู่! สัญญาณอันตราย! รู้ได้อย่างไรว่าไม่ใช่แค่ออฟฟิศซินโดรม? โดยปกติออฟฟิศซินโดรมจะมีอาการปวดตึงหรือเมื่อยล้าเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อ เช่น คอ สะบัก บ่า แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีระบบประสาทเข้ามาเกี่ยวข้องจะมีสัญญาณเตือนภัยแอบแฝงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
- อาการชารู้สึกซ่าๆเหมือนเข็มปักชาที่ปลายมือปลายเท้าหรือชาลามลงมาจากคอและหลัง
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงหยิบจับของแล้วหลุดมือบ่อยๆติดกระดุมเสื้อยากถอด-ใส่พวงกุญแจลำบาก หรือเดินแล้วขาสั่น เดินปัดไปมาเหมือนจะล้ม
- การทำงานของระบบขับถ่ายเปลี่ยนไปในกรณีที่ไขสันหลังถูกกดทับอย่างรุนแรงอาจเริ่มกั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่
ทำไมถึงเสี่ยงอันตราย? ไขสันหลังเปรียบเสมือนสายเคเบิลหลักที่ส่งสัญญาณประสาทจากสมองไปทั่วร่างกายหากปล่อยให้ถูกหมอนรองกระดูกกดทับหรือกระดูกคอเสื่อมเป็นเวลานานเซลล์ประสาทอาจเสียหายอย่างถาวร จนส่งผลให้เกิดอาการอัมพฤกษ์อัมพาตในที่สุด 3 ขั้นตอนเช็กเบื้องต้น & คำแนะนำทางการแพทย์หากเริ่มมีอาการชาหรืออ่อนแรง แพทย์แนะนำให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้ทันที
- หยุดพฤติกรรมเสี่ยงทันทีหลีกเลี่ยงการก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เป็นเวลานาน (Tech Neck), การนั่งหลังค่อมและการดัดคอดึงคอหรือนวดเค้นแรงๆบริเวณต้นคอเพราะอาจทำให้เส้นประสาทบาดเจ็บเพิ่มขึ้น
- ปรับ ergonomics ในการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ในระดับสายตาปรับเก้าอี้ให้มีที่พิงหลังและรองรับต้นคออย่างเหมาะสม
- พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัย (สำคัญที่สุด) อาการทางระบบประสาทไม่ควรรอให้หายเองควรได้รับการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ (Orthopedics) หรือระบบประสาทเพื่อทำ MRI หรือ X-ray ดูตำแหน่งการกดทับที่แท้จริง
Leave a Reply