อย่าชะล่าใจ!คิดว่าเป็นแค่ หวัดธรรมดาแต่อาจเสี่ยงไข้หวัดใหญ่ทรุดหนักหากปล่อยไว้เกิน 2 วัน

เมื่อลมเปลี่ยนทิศอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยอาการไอจามคัดจมูกหรือเป็นหวัดก็มักจะถามหาเป็นเรื่องธรรมดาโดยทั่วไปแล้วอาการหวัดธรรมดา (Common Cold) สามารถหายได้เองตามธรรมชาติภายในไม่กี่วันเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเรามีความสามารถในการต่อสู้และกำจัดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสตัวร้ายออกไปได้เองแต่ในบางครั้งอาการที่เราคิดว่าเป็นเพียงหวัดธรรมดาอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่รุนแรงกว่านั้นอย่าง “โรคไข้หวัดใหญ่” (Influenza) ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้และรักษาไม่ทันท่วงทีอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้ครับเพื่อเพจสุขภาพของเราวันนี้เราสรุปข้อสังเกตและสัญญาณเตือนภัยแดง (Red Flags) ที่คุณต้องรีบเช็กด่วนมาฝากกันครับ เช็กด่วน! 6 อาการไข้หวัดใหญ่ที่ต่างจากหวัดธรรมดาหากคุณหรือคนใกล้ชิดเริ่มมีอาการป่วยลองสังเกตอาการร่วมเหล่านี้ให้ดีครับเพราะหากมีอาการดังต่อไปนี้พร้อมๆกันมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีไข้สูงเฉียบพลันไข้จะขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว (มักจะสูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียส)หนาวสั่นผิดปกติมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวสะท้านหนาวแม้จะอยู่ในห้องอุณหภูมิปกติไอและเจ็บหน้าอกมีอาการไอแห้งๆหรือไอมีเสมหะร่วมกับความรู้สึกแน่นหรือเจ็บแปลบที่บริเวณหน้าอกปวดศีรษะรุนแรงอาการปวดหัวจะเด่นชัดและรุนแรงกว่าหวัดธรรมดามากปวดเมื่อยตามร่างกายปวดเจ็บลึกๆตามกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆจนแทบไม่อยากขยับตัวอ่อนเพลียอย่างรุนแรงรู้สึกหมดแรงร่างกายอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัดซึ่งอาการอ่อนเพลียนี้อาจอยู่ยาวนานได้เป็นสัปดาห์

กฎเหล็ก 2 วันอาการไม่ดีขึ้นต้องรีบพบแพทย์!

ข้อควรระวังที่สุด: หากสังเกตอาการแล้วพบว่ามีไข้สูงร่วมกับอาการข้างต้น และ”อาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน” ควรรีบเดินทางไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจคัดกรอง (เช่น การ Swap จมูก) และรับยาต้านไวรัสทันที

การปล่อยให้ไข้หวัดใหญ่ลากยาวโดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงโดยเฉพาะ “โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ” (Pneumonia) ภาวะระบบหายใจล้มเหลวหรือการติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งอันตรายมากในกลุ่มเด็กเล็กผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง

คำแนะนำในการดูแลตัวเองและการป้องกัน

  1. สังเกตอาการและแยกกักตัวหากเริ่มมีไข้ควรแยกห้องนอนแยกภาชนะใส่อาหารและสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่คนในครอบครัว
  2. พักผ่อนและดื่มน้ำอุ่นนอนหลับให้เต็มที่เพื่อให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และจิบน้ำอุ่นบ่อยๆ เพื่อลดความเหนียวข้นของเสมหะและช่วยลดไข้
  3. เกราะป้องกันที่ดีที่สุดคือ “วัคซีน” นอกจากการล้างมือบ่อยๆและกินร้อนช้อนกลางแล้ว แพทย์แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำปีละ 1 ครั้ง เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เท่าทันสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปีซึ่งจะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีนัยสำคัญครับ


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *