
เมื่อพูดถึงอาการท้องอืดคนส่วนใหญ่มักปัดตกไปว่าเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยกินยาขับลมเดี๋ยวก็หายแต่ถ้าคุณกำลังเผชิญกับอาการท้องอืดแทบทุกวันแน่นท้องตลอดเวลาจนรู้สึกว่ามันกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตหยุดก่อนครับ! เพราะในทางการแพทย์นี่คือความผิดปกติขั้นรุนแรงที่ร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนว่าระบบภายในของคุณกำลังพังหลายคนใช้ชีวิตแบบกินรีบเคี้ยวไวกินดึกซดชานมทุกวันนอนตี 2 ไม่ขยับตัวพอท้องอืดก็ปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไรหรอกแต่สุดท้ายกรรมตามทันในรูปแบบของลำไส้อักเสบระบบเผาผลาญรวนน้ำหนักขึ้นง่ายเพลียเรื้อรังผิวพังและอารมณ์ดิ่งแล้วก็ลงท้ายด้วยการโทษอายุทั้งที่จริงเกิดจากพฤติกรรมทำร้ายตัวเองทั้งสิ้น 3 พฤติกรรมทลายระบบย่อยอาหารที่คนยุคนี้ทำอยู่ทุกวัน
1. เคี้ยว 5 ครั้งแล้วกลืน (แข่งกับเวลา)
การกินอาหารไปดูหน้าจอมือถือไปหรือรีบกินเพื่อไปประชุมต่อทำให้เราเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดเมื่ออาหารชิ้นใหญ่หลุดลงสู่กระเพาะและลำไส้ระบบย่อยจึงต้องทำงานหนักกว่าปกติหลายเท่าอาหารที่ย่อยไม่หมดจะเกิดการหมักหมมและกลายเป็นแก๊สพิษเต็มท้องเป็นที่มาของอาการกินนิดเดียวก็อืดเพราะระบบย่อยพังไปเรียบร้อยแล้ว
2. เสพติดน้ำตาลและชานมไข่มุก
แม้ไม่ได้กินของมันแต่การเติมน้ำหวานขนมจุบจิบและชานมเข้าสู่ร่างกายตลอดทั้งวันคือการส่งเสบียงไปเลี้ยงแบคทีเรียตัวร้ายในลำไส้ยิ่งน้ำตาลสูงแบคทีเรียกลุ่มนี้ยิ่งเจริญเติบโตดีและแย่งพื้นที่ของจุลินตรีย์ดีจนเกิดภาวะจุลินตรีย์ในลำไส้เสียสมดุล (Gut Dysbiosis) ผลลัพธ์คือท้องอืดท้องเฟ้อร่างกายอ่อนเพลียและระบบเผาผลาญเริ่มรวนตามไปด้วย
3. นอนตี 2 ขัดนาฬิกาชีวิตลำไส้
ลำไส้ของเรามีนาฬิกาชีวิต Circadian Rhythm เป็นของตัวเองคนที่นอนดึกตื่นสายลำไส้จะทำงานผิดจังหวะทั้งการหลั่งน้ำย่อยการบีบตัวตัวเพื่อขับถ่ายและความหลากหลายของจุลินตรีย์จะลดลงหลายคนจึงมีอาการแปลกๆ เช่น ตื่นมาท้องอืดทันทีตั้งแต่ยังไม่ได้กินอะไรเลยเพราะลำไส้ไม่ได้พักผ่อนมาเป็นเวลานาน
ท้องอืดเรื้อรังต้นตอของผิวพังน้ำหนักพุ่ง และอารมณ์เหวี่ยง
รู้ไหมครับว่าระบบลำไส้ (Gut) เชื่อมโยงกับแทบทุกระบบในร่างกายทั้งระบบภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมนและการเผาผลาญผ่านทางแกนสมองและลำไส้ (Gut-Brain Axis) เมื่อลำไส้เกิดการอักเสบเรื้อรังจากอาการท้องอืดสะสมมันจึงไม่จบแค่เรื่องแน่นท้องแต่จะส่งผลกระทบเป็นโดมิโนลามไปทั่วร่างกาย
- Weight Gain ระบบเผาผลาญรวนทำให้อ้วนง่ายน้ำหนักพุ่งพยายามลดเท่าไหร่ก็ลงยาก
- Brain Fog & Fatigue เกิดอาการง่วงนอนล้าหลังมื้ออาหารสมองเบลอไม่มีสมาธิ
- Skin & Mood Crash ผิวพรรณหม่นหมองสิวขึ้นง่ายอารมณ์เหวี่ยงวีนหงุดหงิดง่าย และสมองจะสั่งให้โหยหาของหวานตลอดเวลา
5 ขั้นตอนปฏิบัติดีท็อกซ์พฤติกรรมกู้ชีพลำไส้ให้กลับมาสตรอง
หากไม่อยากให้อาการท้องอืดลุกลามกลายเป็นโรคเบาหวานไขมันพอกตับหรือมะเร็งลำไส้ในอนาคตต้องเริ่มปรับเปลี่ยนตั้งแต่วันนี้ด้วยสูตรหยุดทำร้ายแล้วเติมสิ่งดีๆ ดังนี้ครับ
- หยุดกินจุบจิบเพื่อพักลำไส้เว้นระยะการกินอาหารเพื่อปล่อยให้ระบบทางเดินอาหารได้ทำความสะอาดตัวเอง (Migrating Motor Complex) บ้างไม่เติมน้ำตาลหรือของว่างลงไปตลอดเวลา
- เคี้ยวช้าๆลิ้มรสอาหารตั้งเป้าเคี้ยวอาหารอย่างน้อย 20-30 ครั้งต่อคำวางมือถือลงในขณะทานอาหาร เพื่อลดการกลืนลมลงท้องและช่วยแบ่งเบาภาระของกระเพาะ
- เติมโพรไบโอติกส์และไฟเบอร์ทานอาหารที่มีจุลินตรีย์ดี (Probiotics) เช่น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ กิมจิ คอมบูชา ควบคู่กับผักและผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงเพื่อเป็นอาหารให้จุลินตรีย์ดี (Prebiotics)
- เซ็ตเวลานอนใหม่ 7-9 ชั่วโมงพยายามเลิกนอนตี 2 เข้านอนให้เร็วขึ้นเพื่อปรับนาฬิกาชีวิตของลำไส้ให้กลับมาหลั่งเอนไซม์ย่อยอาหารได้ตรงเวลา
- ข้อควรระวังทางการแพทย์หากคุณมีอาการท้องอืดเรื้อรังติดต่อกันนานเกิน 2-4 สัปดาห์ร่วมกับมีอาการปวดท้องรุนแรงน้ำหนักลดผิดปกติถ่ายดำหรือท้องผูกสลับท้องเสียควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อส่องกล้องตรวจเช็กระบบทางเดินอาหารอย่างละเอียดไม่ควรซื้อยามาทานเองเรื่อยๆ ครับ
ถ้าท้องอืดนานๆทีอาจเป็นเรื่องปกติของการกินอิ่มครับแต่ถ้าอืดทุกวันจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนั่นแปลว่าร่างกายกำลังฟ้องว่าข้างในเริ่มรับไม่ไหวแล้วอย่ารอให้ระบบเผาผลาญพังหรือโรคร้ายถามหาแล้วค่อยมานั่งแก้ทีหลังเลยเริ่มหันมาดูแลลำไส้ตั้งแต่วันนี้ตอนที่มันยังส่งสัญญาณแค่คำว่า “อืด” กันเถอะครับใครมีอาการท้องอืดตอนช่วงเวลาไหนกันบ้าง? หรือมีวิธีแก้ท้องอืดแบบฉบับตัวเองอย่างไรคอมเมนต์มาแชร์และพูดคุยกันได้เลยนะ! เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ!
Leave a Reply