อย่ามองข้ามไข้หวัดใหญ่! รู้ทันภาวะแทรกซ้อนก่อนสายป้องกันได้ก่อนจะลุกลาม

ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยหรือในฤดูฝน-ฤดูหนาวที่เชื้อไวรัสแพร่กระจายได้ง่าย “ไข้หวัดใหญ่” มักกลับมาเป็นโรคฮิตประจำฤดูกาล ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าแค่พักผ่อนก็หายแต่ความจริงแล้วไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่โรคธรรมดาและหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น

  • เด็กเล็ก (อายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี)
  • ผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 65 ปี)
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ หอบหืด โรคปอดเรื้อรัง
  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV หรือผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด

หากบุคคลในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ แล้วไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องหรือทันเวลา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ เช่น

1. ปอดอักเสบ Pneumonia

ภาวะนี้เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดของไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสสามารถแพร่ลงสู่ปอดโดยตรง หรือทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอจนติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ง่าย ส่งผลให้เกิดอาการหายใจลำบาก ไอมีเสมหะเหนียวหรือมีเลือด อ่อนเพลียมาก และในบางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

2. ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

ในผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่แล้ว ไข้หวัดใหญ่อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ เนื่องจากร่างกายต้องต่อสู้กับเชื้อไวรัส ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และเสี่ยงต่อการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ

3. สมองอักเสบ Encephalitis

ถึงแม้จะพบไม่บ่อย แต่ไข้หวัดใหญ่สามารถลุกลามไปยังระบบประสาทและก่อให้เกิดการอักเสบของสมอง ส่งผลให้เกิดอาการชัก หมดสติ หรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงเฉียบพลัน ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

4. กล้ามเนื้ออักเสบหรือภาวะกล้ามเนื้อสลาย Myositis/Rhabdomyolysis

อาการปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง อ่อนแรง จนลุกเดินไม่ได้ อาจเกิดจากการที่เชื้อไวรัสทำลายกล้ามเนื้อโดยตรง และในบางกรณีรุนแรงจนมีผลต่อไต ต้องระวังและตรวจเลือดเพื่อติดตามค่า CPK (เอนไซม์ในกล้ามเนื้อ)

5. ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด Sepsis

เมื่อติดเชื้อไวรัสแล้วร่างกายอ่อนแอ จึงเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจทำให้หัวใจ ไต และอวัยวะอื่นๆ หยุดทำงานได้

แล้วเราจะป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้อย่างไร?

  • ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เพราะวัคซีนสามารถลดความรุนแรงของโรค และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
  • ใส่หน้ากากอนามัย โดยเฉพาะในที่แออัด หรือเมื่อเริ่มมีอาการไอจาม
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และแยกตัวเมื่อป่วย เพื่อลดการแพร่เชื้อ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และดื่มน้ำมากๆ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน

ไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่แค่ “ไข้ธรรมดา” ที่พักแล้วเดี๋ยวก็หาย โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่อาจเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนที่คาดไม่ถึงหากดูแลไม่ถูกต้องจึงควรใส่ใจตั้งแต่วันนี้ด้วยการป้องกันและหมั่นสังเกตอาการ เพื่อให้เราและคนที่เรารักปลอดภัยจากโรคร้ายที่ซ่อนตัวในไวรัสเล็กๆตัวนี้ค่ะ


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *