
หลายคนมักเข้าใจว่า “ออกกำลังกาย” ช่วยแค่ลดน้ำหนักหรือเพิ่มกล้ามเนื้อแต่ในความจริงแล้วสิ่งที่ได้มากกว่านั้นคือการ “ฝึกหัวใจ” ให้ทำงานแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหัวใจคือกล้ามเนื้อที่ต้องฝึกหัวใจของเราทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกายตลอดเวลาเมื่อเราออกกำลังกาย เช่น เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยานกล้ามเนื้อหัวใจจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อทั่วร่างกายการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้หัวใจ “ปรับตัว” ได้ดีขึ้น ดังนี้
- หัวใจบีบเลือดได้แรงขึ้นเพิ่มปริมาณเลือดที่สูบออกต่อครั้ง (Stroke Volume) ทำให้หัวใจเต้นช้าลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ระบบหมุนเวียนเลือดดีขึ้นหลอดเลือดสามารถขยายตัวและหดตัวได้อย่างยืดหยุ่น เลือดไหลเวียนได้สะดวกลดความเสี่ยงการอุดตัน
- เพิ่มออกซิเจนให้ร่างกายการออกกำลังกายแบบแอโรบิกช่วยให้ปอดและหัวใจทำงานประสานกันดีขึ้นทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนเพียงพอทุกครั้งที่สูบฉีดเลือด
- ลดความดันโลหิตและความเครียดเมื่อหัวใจทำงานได้ดีความดันโลหิตจะสมดุลขึ้น และยังช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล
ผลลัพธ์ของหัวใจที่ผ่านการฝึก
หัวใจที่แข็งแรงจะสามารถ “ชาร์จเติมเลือด” ได้เต็มในแต่ละรอบการเต้น และ “บีบเลือดออก” ได้แรงขึ้นทำให้ทุกอวัยวะได้รับเลือดและออกซิเจนอย่างเพียงพอผนังหลอดเลือดจะหนาแน่นและยืดหยุ่นดี ลดโอกาสเกิดโรคหัวใจขาดเลือดหลอดเลือดตีบและภาวะหัวใจล้มเหลว
คำแนะนำ
- เริ่มจากการออกกำลังกายระดับปานกลาง 30 นาทีต่อวัน อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเต้นแอโรบิก
- หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกาย
- ควบคู่กับการพักผ่อนเพียงพอและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจ เช่น ปลา อะโวคาโด ถั่ว และผักใบเขียว
“ออกกำลังกาย” ไม่ได้แค่ทำให้หุ่นดีแต่ยังเป็นการฝึกหัวใจให้แข็งแรงบีบเลือดแรงขึ้นผนังหลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้น และช่วยให้ระบบไหลเวียนทั้งร่างกายมีพลังยืนยาว
Leave a Reply