
มาดูกันว่า 5 โรคนี้มีอะไรกันบ้าง
1. โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทส่วนคอ(Text Neck Syndrome) : โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทส่วนคอ อันมีสาเหตุมาจากการก้มหน้าก้มตา หมกมุ่นกับการใช้งานโทรศัพท์มือถือ ก้มลงทุกๆ 15 องศา ทำให้คอต้องรับน้ำหนักมากขึ้นถึง 25 กิโลกรัม ทำให้เกิดการปูด แตก และเคลื่อนของหมอนรองกระดูกจนไปกดทับเส้นประสาทส่วนคอ เราลองมาสังเกตอาการกันดูครับ
อาการ : ปวดเรื้อรังที่บริเวณต้นคอ บ่า ไหล่ หรือสะบัก หนักเข้าจะมีอาการชาตามมือ แขนและมืออ่อนแรง
รักษา : ปรับบุคลิกตัวเองให้ไม่นั่งก้มหน้ากดโทรศัพท์มากเกินไป งดใช้โทรศัพท์ต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินกว่าวันละ 10 ชั่วโมง และหมั่นเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง หากอาการเป็นมากต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
2. โรคมองโลกในแง่บวกเกินไป(Toxic Positivity) : การคิดบวกในที่นี้จะเป็นการคิดบวกหรือมองโลกในแง่ดีจนเกินไป จนกลายเป็นพิษต่อตัวเองและนำไปสู่อาการของโรคมองโลกในแง่บวกเกินไป เราลองมาเช็คอาการกันสักนิดว่าคุณกำลังเข้าข่ายเป็นโรคนี้อยู่หรือเปล่า
อาการ : ปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง รู้สึกผิดทุกครั้งที่มองโลกในแง่ลบ เก็บกดความรู้สึกลบไว้ในใจ ปลอบประโลมความคิดของตัวเองด้วยคำคม หรือ Quote โดนใจ และคิดแต่ว่ามีคนที่แย่กว่าเรานะ
รักษา : สามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง พยายามปรับความคิดให้มองทุกเรื่องใน 2 แง่มุม ทั้งด้านลบและด้านบวก เราสามารถมีเรื่องเครียดได้หรือมองโลกในแง่ลบได้ แต่อย่าเก็บกดเอาไว้ในใจคนเดียว ให้พูดหรือระบายความรู้สึกออกมาครับ
3. โรคยึดความคิดตัวเองเป็นใหญ่(Prince Syndrome) : หรือ Princess Syndrome โรคเจ้าชาย เจ้าหญิง คือโรคยึดติดความคิดตัวเองเป็นใหญ่ โรคนี้เป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่งที่ส่วนใหญ่ มีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูที่ขาดความอบอุ่นในวัยเด็ก สร้างปมให้เกิดขึ้นในวัยผู้ใหญ่
อาการ : เอาแต่ใจ อิจฉาไม่ลืมหูลืมตา หลงตัวทั้งรูปร่างหน้าตา ไปจนถึงความคิดของตัวเองว่าดีที่สุด ชอบเหยียดคนอื่น ไม่สามารถยอมรับความคิดของคนอื่นได้
รักษา : หากไม่หาทางรักษา อาจนำไปสู่อาการทางจิตที่รุนแรงกว่านี้ได้ ต้องแก้ไขที่ครอบครัวโดยการให้ความรักและความใส่ใจตั้งแต่เด็ก การรักษาที่ดีที่สุดคือครอบครัวบำบัด ต้องคอยรับฟัง ให้กำลังใจ และไม่ส่งเสริมอาการหลงตัวเอง
4. โรคเกลียดเสียง(Misophonia) : โดยโรคนี้ ผู้ป่วยจะรับรู้เสียงได้ไวกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเคี้ยว เสียงหาว เสียงผิวปาก เสียงขูดเล็บ สมองจะตีความว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงที่อันตราย และสมองสั่งให้ไม่ชอบเสียงที่ได้ยิน
อาการ : รู้สึกรำคาญ หงุดหงิด โมโหเมื่อได้ยินเสียงเหล่านั้น
รักษา : ทำจิตให้สงบ ไม่หงุดหงิดง่าย ให้พยายามคลายความหงุดหงิด โดยไปสนใจเรื่องอื่น หรือเดินหนีจากเสียงที่ทำให้หงุดหงิด อย่าไปโฟกัสเสียงที่ได้ยิน และถ้าไม่ดีขึ้น อาจต้องปรึกษาจิตแพทย์
5. โรคชอบรอ Deadline(Student Syndrome) : จริงๆ แล้วโรค Student Syndrome แต่ก่อนมักเกิดกับเด็กนักเรียนที่ถ้าไม่ถึงกำหนดส่งงานหรือการบ้านจะยังไม่ลงมือทำ
อาการ : ผัดวันประกันพรุ่ง ขาดความกระตือรือร้นจนกระทั่งนาทีสุดท้ายก่อนต้องส่งงานตามกำหนด
รักษา : แทนที่จะผัดวันประกันพรุ่ง ให้ลองมาใช้เวลากับการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อทำให้งานชิ้นนั้นออกมาดีที่สุด ลงมือทำให้เสร็จก่อนเวลา เพื่อที่เรายังมีเวลาเหลือให้แก้ไขได้จนกว่างานจะดีที่สุดครับ
ขอบคุณที่มาของข้อมูล จาก https://web.facebook.com/photo/?fbid=753856909872959&set=a.541456144446371 ด้วยนะครับ
Leave a Reply