อากาศร้อนทำให้คนอารมณ์เสียง่ายขึ้นก็จริงแต่คงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าเราจะเอาเหตุผลนั้นไปทำตัวไม่ดีใส่คนอื่น

ในงานวิจัยที่ Psych Central ได้รวบรวมมาบอกว่า ‘Heat (and extreme rain) brings out the worst in people.’ นั่นคือ ไม่ใช่แค่อากาศที่ ‘ร้อน’ มากๆ เท่านั้นที่ทำให้ผู้คนแสดงด้านแย่ที่สุดของตัวเองออกมา แต่ในอากาศที่มีฝนตกอย่างหนักด้วยเหมือนกันคีย์เวิร์ดสำคัญดูจะอยู่ที่ ‘ความสุดโต่ง’ หรือความ Extreme ของสภาพอากาศข้างนอกที่จะดึงเอาอารมณ์ข้างในที่สุดโต่งหรือผิดแปลกออกไปจากอารมณ์ส่วนใหญ่ในช่วงเวลาปกติของเราออกมา คอลัมน์ Mental Help ประจำเดือนนี้ ผู้เขียนเลยขอเขียนบทความนี้เป็นคู่มือฉบับย่อ เพื่อเป็นฮาวทูช่วยดักจับอารมณ์ที่ร้อนระอุ และเปลี่ยนให้ไม่กลายเป็นพฤติกรรมที่เราอาจเสียใจในอนาคต หัดไม่มองอะไรเป็นขาว-ดำ เมื่อรำคาญคนรอบตัวไปเรื่อยอย่างไม่มีเหตุผล อากาศร้อนทำให้ความสามารถในการคัดกรองพฤติกรรมที่แสดงออกไปลดน้อยลงอย่างน่าตกใจ ซึ่งหนึ่งในอารมณ์ไม่พึงประสงค์คือ ความโกรธที่เกิดจากอคติเป็นทุนเดิม เช่น ฉันไม่ชอบคนนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรฉันก็รำคาญไปหมด หรือสภาพอากาศทำฉันหงุดหงิด ใครจะพูดอะไรก็ไม่เข้าหูเสมอนอกจากการฝึก ‘Pause’ หรือหยุดพักก่อนจะตัดสินใจสื่อสารอะไรออกไปแล้ว การฝึกเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า โลกเรามักไม่มีอะไรขาวล้วน ดำล้วน หมั่นใช้ ‘ความสงสัย’ ใส่เข้าไปในกระบวนการสื่อสารแทน ‘การรีบตัดสิน’ ด้วยอากาศที่ร้อน มักทำให้คนเผลอมองอีกฝ่ายแย่กว่าความเป็นจริง ก่อนจะโต้ตอบควรพิจารณาตัวเองก่อนว่า สิ่งที่เราเจออยู่หรือเรื่องที่เขากำลังบอกเรามันแย่อย่างที่รีบเชื่อไหมนะ เพราะอารมณ์จะเบาขึ้นได้หากเรามองด้วยใจเป็นกลาง มองด้วยความพยายามอยากเข้าใจความจริง ไม่ใช่ความพยายามอยากทำสิ่งที่เกิดขึ้นให้เป็นเหมือนที่เราคิดและเราไม่จำเป็นต้องรอให้รู้สึกว่าเขา ‘ขาวล้วน’ หรือไม่มีที่ติเลยก่อน ถึงจะยอมรับและปล่อยใจตัวเองให้สงบสุขได้ เพราะการคาดหวังให้อีกฝ่ายทำทุกอย่างให้ถูกใจเราเสมอ จะกลายเป็นภาระของทั้งคู่ในความสัมพันธ์สิ่งนี้ไม่ได้เป็นแค่การช่วยรักษาความสัมพันธ์ของเราและคนที่สื่อสารด้วยเท่านั้นแต่ยังเป็น การรักษาใจเราเหมือนกัน การตั้งแง่มองทุกอย่างแย่ไว้ก่อนไม่ได้ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยมากขึ้นหรอก เพราะจิตใจเราเองจะเหนื่อยล้า และเพิ่มความกังวลเปล่าๆ ทบทวนกับตัวเองว่าเราเก็บกดความรู้สึกไหนมานานเกินไปไหม ก่อนจะระเบิดอารมณ์รุนแรงออกมาความร้อนของอากาศดูจะกลายเป็นใบเบิกทางชั้นดีให้ได้ระเบิดอารมณ์ออกมาแรงๆ แต่แทบทุกอารมณ์ยักษ์ใหญ่ที่ว่านั้นล้วนเกิดจากอารมณ์เล็กๆน้อยๆที่เจ้าตัวเคยคิดว่าไม่สำคัญมากพอที่จะต้องทำความเข้าใจ จนเผลอฝังมันเอาไว้หรือรู้สึกงี่เง่าเกินกว่าจะต้องสร้างเป็นบทสนทนากับอีกฝ่ายความจริงคือ หลายเรื่องที่เราคิดว่างี่เง่า ล้วนมีรอยแผลบางอย่างซ่อนอยู่ อาจเป็นความน้อยใจ ความเหงา ความรู้สึกไม่มีใครเห็นค่า หรือความกลัวที่จะถูกลืม ฯลฯลองค่อยๆ ใช้ความกล้าสื่อสารกับอีกฝ่ายผ่านความรู้สึกไม่ปลอดภัยในใจ เพราะนั่นคือต้นตอของความอึดอัดฝังลึกนี้ และเขาก็ควรได้รับฟังสิ่งที่อยู่ในใจเรา จะได้ไม่ต้องระเบิดอารมณ์เป็นพลังงานทำลายล้างออกมา เพราะแผลในความสัมพันธ์นั้นใหญ่และใช้เวลาในการรักษายาวนานกว่าแน่นอน ถ้ายิ่งใกล้ ยิ่งเผลอทำร้ายความรู้สึกอีกฝั่งได้ง่าย ลองบันทึกความทรงจำด้วยการกระทำที่น่าประทับใจ เมื่อโมโหจนสติแทบหลุด คนที่เรามักเลือกระบายอารมณ์ใส่คือคนที่เรารู้สึกว่าเขาด้อยกว่าเรา หนึ่งในนั้นคือทางสถานะ เช่น เจ้านายระบายใส่ลูกน้อง จากนั้นลูกน้องที่จิตใจห่อเหี่ยวก็กลับบ้านมาระบายใส่คนในครอบครัว ‘คนใกล้ตัว’ โดยเฉพาะคนที่เราสนิทและผูกพันมากๆมักเผลอกลายเป็นสนามอารมณ์ของเรา ด้วยความเชื่อที่สบายใจลึกๆ ว่า ยังไงเขาก็จะรักเราแต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือความรู้สึกผิดหวังในตัวเอง และรู้สึกผิดกับคนที่รัก เนื่องจากทำให้พวกเขาเสียใจเพราะการระเบิดอารมณ์ออกมาของเราเพียงไม่กี่นาที สิ่งที่อยากแนะนำให้ทำบ่อยๆคือการหมั่นสร้างพฤติกรรมบวกๆและซึมซับจนจำรางวัลทางใจจากสิ่งนั้น หรือที่เรียกว่า Positive Reinforcement เมื่อไหร่ที่สถานการณ์เดินทางมาใกล้ถึงจุดที่เราจะระเบิดอารมณ์จับตัวเองให้ทัน รู้ตัวเองว่ามีทางแยกในการสื่อสารเสมอตั้งใจเลือกการกระทำที่เรารู้สึกถึงความสุขในการทำมัน และที่สำคัญที่สุดคือ ซึมซับความรู้สึกดีจากการทำสิ่งนั้นและพลังงานดีๆจากอีกฝ่ายกลับมาใส่ใจหากทำบ่อยๆ ร่างกายที่มักคิดไม่ทันว่าจะรับมืออารมณ์ร้อนของตัวเองอย่างไร ก็จะพอจดจำได้ว่าเคยเลือกส่งถ้อยคำหรือการกระทำที่เย็นออกมาแทนสิ่งที่ร้อน และความสวยงามของการรักษาน้ำใจกันนั้นช่างให้ผลลัพธ์ที่ดี จิตใจจะได้จำอะไรดีๆแทนสิ่งแย่ๆต่อไปก็มีโอกาสยากขึ้นแล้วที่จะระบายอารมณ์ร้อนฉ่าใส่กันโดยไม่ทันตั้งตัวอากาศร้อนส่งผลกระทบต่ออารมณ์ซึ่งจะนำไปสู่พฤติกรรมของเราอยู่แล้ว แต่ในรีเสิร์ชก็ย้ำว่า ‘มันไม่ได้เป็นผลกระทบหลัก’ นั่นหมายถึงอากาศที่ร้อนตอนนี้ของเมืองไทยที่หลายคนเอาไปเปรียบเทียบเล่นๆกับนรกนั้น ไม่ได้มีพลังมากพอที่จะควบคุมหรือเปลี่ยนให้เรากลายเป็นคนวู่วามหรือโยนความเดือดใส่คนอื่นได้โดยชอบธรรมจงมีสติ ควบคุมการกระทำของตัวเองเสมอ และอ่อนโยนกับตัวเองเพราะอากาศที่ร้อนก็สร้างความอึดอัดให้สภาพจิตใจจริงแต่อย่าถึงขนาดให้พลังทำลายล้างของมันใหญ่กว่าความสัมพันธ์ดีๆ ที่เราพยายามจะรักษาไม่ว่าจะ กับตัวเองหรือกับคนที่เรารัก

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://www.facebook.com/UrbanCreatureTH


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *