อากาศร้อนๆแบบนี้มีโอกาสที่เส้นเลือดฝอยในจมูกจะขยายจนแตกและทำให้เกิดเลือดกำเดาไหลได้

อาการนี้มักพบบ่อยในเด็ก แต่ในผู้ใหญ่ก็พบได้เช่นกัน แต่ไม่ได้มีแค่สภาพอากาศร้อน เท่านั้น ยังมีสาเหตุอื่นที่ควรใส่ใจเพราะเลือดกำเดาอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกความอันตรายแฝงก็ได้เลือดกำเดาไหลคือ ภาวะเลือดออกทางจมูก แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ภาวะเลือดออกทางจมูกด้านหน้าและภาวะเลือดออกทางจมูกด้านหลังโพรงจมูก ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุที่อันตรายกว่าภาวะเลือดออกทางจมูกด้านหน้า ดังนั้นเมื่อเลือดกำเดาไหล อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยของโรค เนื้องอก สาเหตุ : มะเร็ง หรือ เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงที่มีเส้นเลือดมาเลี้ยง เกิดขึ้นในจมูก ไซนัส หรือหลังโพรงจมูก อาการ : เลือดออกเป็นบางครั้ง หรือเลือดออกจมูกปริมาณมากควรส่องกล้องตรวจโพรงจมูก หรือเอ็กซเรย์เพื่อตรวจวินิจฉัย การระคายเคือง หรือบาดเจ็บในจมูก สาเหตุ : แคะจมูกบ่อย ได้รับแรงกระแทกที่จมูก สั่งน้ำมูกแรงๆ อากาศแห้งความกดอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น ขึ้นเครื่องบิน
อาการ : เลือดมักออกไม่มาก และเป็นระยะเวลาสั้น ๆ อาจมีเลือดออกช้ำในช่วงที่ใกล้หาย การอักเสบในโพรงจมูก สาเหตุ : จากการติดเชื้อไวรัส ภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ ใช้เครื่องอัดอากาศขณะหลับ อาการ : มีเลือดออกปนมากับน้ำมูก ความผิดปกติทางกายวิภาค สาเหตุ : ผนังกั้นช่องจมูกคด หรือมีกระดูกงอกผิดที่รวมถึงมี รูทะลุทำให้เกิดความไม่สมดุลของอากาศ อาการ : เลือดมักไหลในจมูกข้างเดิม และเป็น ซ้ำในจุดที่ผนังกั้นช่องจมูกคดหรือมีกระดูกงอก ติดเชื้อในโพรงจมูก สาเหตุ : อาการภูมิแพ้แบบเรื้อรัง อาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อในโพรงจมูก จนเป็นโพรงจมูกอักเสบ หรือโรคไซนัสอักเสบได้ 
อาการ : เลือดกำเดาไหลบ่อยๆ จนเกิดการติดเชื้อ ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเลือดกำเดาไหล

  1. นั่งตัวตรงหรือนอนศีรษะสูง ก้มหน้าเล็กน้อย เพื่อไม่ให้สำลักเลือด
  2. ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบปีกจมูก 2 ข้างเข้าหากัน ให้แนบเข้ากับผนังกั้นจมูก ค้างไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงลองคลายออก ระหว่างนี้ให้หายใจทางปาก
  3. ไม่ควรบีบจมูก แล้วเงยหน้า จะทำให้เลือดไหลย้อนลงคอหรือลอดลม มีโอกาสสำลักได้ 
  4. หากปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วเลือดไม่หยุดไหล หรือเลือดไหลออกปริมาณมาก หรือมีอาการหน้ามืดจะเป็นลม ควรไปโรงพยาบาลทันที
  5. เมื่อเลือดหยุดไหลดีแล้ว ควรนัดพบแพทย์ประจำตัว หรือ โสต ศอ นาสิกแพทย์ หากเลือดกำเดาไหลบ่อยๆ ไหลออกมาเป็นปริมาณมาก หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น หน้ามืด คัดจมูก ปวดหรือชาบริเวณใบหน้า มีเลือดออกในตำแหน่งอื่นๆของร่างกาย อ่อนเพลีย การได้กลิ่นผิดปกติ หรือมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาบางอย่างที่ อาจเป็นสาเหตุของเลือดกำเดา

ไหลแบบนี้ต้องพบแพทย์แล้ว

เลือดกำเดาไหลส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ถ้ามีเลือดกำเดาไหลออกมามากกว่าปกติ อาจจะเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซับซ้อน ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการอย่างละเอียด ซึ่งสามารถสังเกตอาการได้ ดังนี้

  • เลือดกำเดาไหลไม่หยุดเกินกว่า 5-10 นาที
  • เลือดไหลออกมาเป็นลิ่มเลือด
  • ตัวซีด ปากซีด มีอาการหน้ามืด เวียนหัว คล้ายจะเป็นลม
  • สำลักหรืออาเจียนออกมาเป็นเลือด
  • ชีพจรเต้นเร็ว หายใจลำบาก

วิธีป้องกันไม่ให้เลือดกำเดาไหล 

  • ไม่แคะ แกะ หรือสั่งน้ำมูกอย่างรุนแรง
  • ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุบริเวณจมูก ศีรษะ หรือใบหน้า
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีควันบุหรี่ สารเคมี หรือฝุ่นละออง
  • ใช้น้ำเกลือหยอดจมูกป้องกันเยื่อบุโพรงจมูกแห้ง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://www.thaipbs.or.th/home


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *