
หลายคนใฝ่ฝันอยากมีอายุครบหลักร้อยปีแต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามไปคือคุณภาพชีวิตตลอดช่วงเวลานั้น การมีอายุยืนยาวจะมีความหมายอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อเรายังคงแข็งแรงพึ่งพาตัวเองได้ทำสิ่งที่รักได้อย่างเต็มที่และไม่ต้องทนเจ็บป่วยมาคอยกวนใจค่ะ วันนี้ขอชวนทุกคนปรับมุมมองเรื่องการดูแลตัวเองและชะลอวัยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นครับ Lifespan vs Healthspan ความต่างที่กำหนดความสุขในวัยชราในทางการแพทย์แบ่งมิติของอายุออกเป็น 2 แบบที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
- อายุขัย (Lifespan) คือระยะเวลารวมทั้งหมดที่เรามีชีวิตอยู่ปัจจุบันความก้าวหน้าของการแพทย์ช่วยให้คนมีอายุขัยเฉลี่ยยาวขึ้นอย่างมาก
- อายุสุขภาพ (Healthspan) คือช่วงเวลาที่เรามีชีวิตอยู่โดยปราศจากโรคเรื้อรังความพิการ หรือภาวะเจ็บป่วยเรื้อรังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและมีพลังเต็มที่
ทำไมต้องโฟกัสยืดอายุสุขภาพมากกว่าแค่ยืดอายุขัย? องค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่าทั่วโลกช่องว่างระหว่างอายุขัยกับอายุสุขภาพห่างกันเกือบ 10 ปี นั่นหมายความว่าหลายคนอาจต้องใช้เวลาเกือบทศวรรษสุดท้ายของชีวิตอยู่กับโรคเรื้อรังความเจ็บปวดหรือต้องพึ่งพาผู้อื่นตลอดเวลาเป้าหมายของศาสตร์แห่งการชะลอวัย (Longevity) จึงไม่ใช่แค่อยู่ได้นานแต่คือการทำให้ช่วงเวลาที่ยังแข็งแรงยาวต่อไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตให้ช่วงเวลาที่เจ็บป่วยสั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับเริ่มต้นง่ายๆที่ตัวเราควบคุมได้เกิน 70% ข่าวดีคือพันธุกรรมกำหนดอายุขัยของเราเพียง 20-30% เท่านั้นส่วนที่เหลือทั้งหมดขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน เริ่มต้นได้ง่ายๆ ดังนี้
- ขยับร่างกายสม่ำเสมอไม่ต้องหักโหมแค่เดินเพิ่มขึ้นยืดเหยียดทุกชั่วโมงเมื่อนั่งนาน หรือออกกำลังกายเบาๆอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและความยืดหยุ่นของข้อต่อ
- ทานอาหารเพื่อสุขภาพลดน้ำตาลไขมันอิ่มตัวและอาหารแปรรูปเพิ่มผักผลไม้และโปรตีนดีเพื่อลดการอักเสบในร่างกายซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของความเสื่อมและโรคเรื้อรัง
- นอนหลับดี จัดเครียดเป็นการนอน 7-8 ชั่วโมงต่อคืนผ่อนคลายจิตใจและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและซ่อมแซมเซลล์เสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Leave a Reply