
โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว แนวทางนี้ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาโดย อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง ผู้ซึ่งนำหลักการจากแมคโครไบโอติกส์มาปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตและอาหารไทย
หลักการอาหารชีวจิต
- แป้งไม่ขัดขาว (50%)
ควรเน้นการบริโภคข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต และแป้งที่มาจากแหล่งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น มันเทศ มันฝรั่ง เผือก เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานจากแป้งที่มีประโยชน์และย่อยช้า - ผัก (25%)
ควรบริโภคผักครึ่งหนึ่งเป็นผักดิบและอีกครึ่งเป็นผักปรุงสุก โดยเน้นผักปลอดสารพิษ หากปลูกเองได้จะดีที่สุด และควรล้างผักให้สะอาดเพื่อลดสารพิษตกค้าง - โปรตีนจากถั่ว (15%)
ควรบริโภคถั่วต่างๆ เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วเหลือง รวมถึงเต้าหู้และโปรตีนจากพืชเป็นหลัก โปรตีนจากสัตว์ เช่น ปลาและไข่ ควรบริโภคสัปดาห์ละ 1-2 มื้อ - อาหารประเภทเบ็ดเตล็ด (10%)
อาหารประเภทแกงจืด แกงเลียง ซุปมิโซะ และของขบเคี้ยวอย่างงาคั่ว ถั่วคั่ว เมล็ดฟักทอง และเมล็ดทานตะวัน รวมถึงผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น ฝรั่ง สับปะรด มะละกอ
ประโยชน์ของการกินตามชีวจิต
การรับประทานอาหารแบบชีวจิตช่วยส่งเสริมให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่สมดุล ลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ อีกทั้งยังส่งเสริมให้ระบบย่อยอาหารทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
Leave a Reply