
เมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยอุณหภูมิสูงสุดที่อุตุนิยมวิทยาบันทึกได้คือ 40 องศา ซึ่งนำไปสู่ภัยแล้งในหลายจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงทำให้ฤดูกาลของญี่ปุ่นผิดเพี้ยนไปเล็กน้อยในมุมเศรษฐกิจ ปี 2023 การส่งออกข้าวของญี่ปุ่นมีมูลค่าประมาณ 6.6 พันล้านเยน โดยญี่ปุ่นส่งออกข้าวไปยังฮ่องกง สิงคโปร์ อเมริกา ไต้หวัน และออสเตรเลียอากาศร้อน จน “ข้าวญี่ปุ่น” ด้อยคุณภาพแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนอู่ข้าวอู่น้ำแห่งเอเชีย แต่ล่าสุดปรากฏการณ์โลกเดือด (Global Boiling) ทำให้การปลูกข้าวของญี่ปุ่นได้รับผลกระทบอย่างมาก เช่น ข้าวแตก รสชาติไม่เหมือนเดิม และที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ เก็บเกี่ยวข้าวได้น้อยลงมาก ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากอากาศที่ร้อนจัด และปริมาณน้ำฝนน้อยลงเกษตรกรปลูกข้าวบนเกาะสึชิมะในจังหวัดนางาซากิ เปิดเผยว่า ข้าวที่พวกเขาเก็บเกี่ยวในปีนี้ “แปลกๆ” ทึบแสง มีจุดขุ่นขาว แต่ส่วนใหญ่เมล็ดแตกออก ไม่ควบเป็นเม็ด ยู อาริกาวะ เกษตรกรปลูกข้าวบนเกาะแห่งนี้ ระบุว่า พวกเรากังวลกันมาก “ลูกค้าจะสังเกตกันไหมว่าข้าวมันแปลกๆ”ทำไม “ข้าว” จึงสำคัญต่อคนญี่ปุ่น?หลายคนอาจทราบอยู่แล้วว่าชาวญี่ปุ่นนิยมบริโภคข้าวกันเป็นล่ำเป็นสัน รู้หรือไม่ว่า ข้าวถูกนำเข้ามาในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกจากประเทศจีน ตั้งแต่ช่วง 300 – 100 ปีก่อนคริสตกาล ทำให้นับแต่กาลนั้นเป็นต้นมา ข้าวก็มีส่วนสำคัญในสังคมญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการเพาะปลูก การค้าขาย หรือการบริโภค
ต้องบอกญี่ปุ่นเคยถูกสภาพอากาศเล่นงานข้าวในประเทศมาแล้ว ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1993 ญี่ปุ่นเคยถูกวิกฤตด้านสภาพอากาศเล่นงานข้าวจนเสียหายกว่า 400,000 ตัน จนถึงขั้นต้องมีการนำเข้าข้าวฉุกเฉินและที่สำคัญที่สุดคือ มีบทเรียนแล้วต้องเรียนรู้ ปัจจุบัน รัฐบาลญี่ปุ่นมีข้าวสำรองประมาณ 1 ล้านเมตริกตัน ซึ่งเทียบเท่ากับ 14% ของการบริโภคข้าวของประชากรในประเทศ ปัจจุบัน ชาวญี่ปุ่นกว่า 75% นิยมบริโภคข้าวเมล็ดสั้น อีก 25% นิยมกินข้าวบาร์เลย์และข้าวกล้อง ข้าวญี่ปุ่นก็ไม่เหมือนกับข้าวไทย แตกต่างกันคือข้าวญี่ปุ่นจะมีความป้อมกว่า เนื้อสัมผัสจะหนึบ เกาะตัว อุ้มน้ำได้ดี หรือข้าวซูชิแบบที่เราคุ้นชินกันนั่นแหละอย่างไรก็ดี แม้โลกเดือดจะไม่ได้ทำให้ข้าวขาดตลาดในเร็ววันนี้ แต่หากมองกันถึงเรื่องคุณภาพหรืออุปสรรคที่เกษตรได้รับ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหากเราไม่ช่วยกันลดต้นตอปัญหาอะไรที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิด อาจคงได้เห็นในเร็ววันก็ได้
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://www.facebook.com/springnewsonline
Leave a Reply