
มีอินซูลินมากเกินไปจะเกิดอะไรขึ้น? อินซูลินมากขึ้นในเวลาต่อเนื่อง อวัยวะต่างๆในร่างกายจะตอบสนองต่ออินซูลินได้น้อยลง เรียกว่า ภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) หลังจากนี้ร่างกายต้องการอินซูลินมากขึ้นเพื่อส่งกลูโคสเข้าสู่เซลล์ในปริมาณเท่าเดิม การที่น้ำหนักตัวเกินและไขมันสะสมมากก็ทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ อินซูลินยังมีผลกับสมองเพราะอินซูลินจะไปกระตุ้นการสร้างโดพามีน หรือฮอร์โมนแห่งความพึงพอใจ เมื่อเกิดภาวะดื้ออินซูลิน การสร้างโดพามีนซึ่งพึ่งพาอินซูลินก็จะตอบสนองน้อยลงด้วย คุณจึงต้องการอินซูลินมากขึ้นเพื่อให้ได้โดพามีนเท่าเดิม ผลคือความอยากอาหารก็จะมากขึ้นด้วย กลายเป็นวงจร อินซูลินในร่างกายสูงทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน และภาวะดื้ออินซูลินก็ทำให้อินซูลินในร่างกายมีสูงพุงย้อยๆ ที่คุณเห็นในกระจกอาจเป็นผลจากการที่คุณมีอินซูลินมากเกินไป ว่ากันง่ายๆ ถ้าอยากลดน้ำหนัก คุณต้องทำให้อินซูลินในร่างกายลดลง เพื่อให้ร่างกายดึงไขมันที่สะสมไว้ออกมาใช้ลดภาวะดื้ออินซูลิน เป็นเหตุผลว่าทำไมวิธีการลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting (การลดน้ำหนักแบบแบ่งช่วงเวลากินและงดอาหาร) หรือ Ketoginic Diet (การลดน้ำหนักแบบงดแป้ง) จึงได้ผลกับหลายคนที่ลดน้ำหนักแล้วพลาดตลอด
วิธีทำให้ร่างกายลดระดับอินซูลินลง มีดังนี้
– ลดแป้ง ข้อนี้ตรงตามคุณสมบัติของอินซูลิน กินแป้งมาก อินซูลินก็มากตาม
– ลดแป้งควบคู่กับโปรตีน อย่างเช่น เบอร์เกอร์ที่มีเนื้อกับแป้งประกบ ยิ่งถ้ากินคู่กับโค้กซึ่งน้ำตาลสูง ระดับอินซูลินจะยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทฟาสฟู้ดและอาหารขยะทั้งหลาย
– ลดโปรตีนไร้ไขมัน เพราะมันยิ่งช่วยให้อินซูลินพุ่งสูงขึ้น ทั้งนี้ไม่ได้แปลว่าให้กินไขมันมากๆ นะ ไขมันยังแยกเป็นไขมันประเภทดีและเลวอีก ไขมันที่ควรบริโภคคือไขมันประเภทดี เช่น อโวคาโด ถั่ว
– ลดโซเดียม มันจะกระตุ้นการสร้างอินซูลินในร่างกายได้ถึง 2 เท่า
– ลดความเครียด คอติซอลซึ่งเกิดจากความเครียดเป็นเพื่อนสนิทกับอินซูลิน หากร่างกายผลิตออกมามาก มันจะมาเพื่อนสนิทของมันตามมาด้วย
– กินน้อยมื้อ การกินบ่อยเกินไป หรือหลายมื้อ ส่งผลให้ร่างกายต้องส่งอินซูลินออกมาตลอด
โดยสรุปแล้ว การกินอาหารหรือน้ำตาลที่มากเกินไป ส่งผลให้เกิดไขมันส่วนเกิน และเป็นผลให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินและทำให้ร่างกายเสพติดของหวาน การนับแคลอรี่ การงดไขมันและออกกำลังกายอย่างเดียวจึงอาจไม่เป็นผล แต่เราจำเป็นต้องรู้เท่าทันและเข้าใจร่างกายตัวเองเสียก่อน
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=395812159630941&set=a.172267865318706
Leave a Reply