
ในช่วงเทศกาล Songkran ปี 2569 ที่ควรเป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกและคลายร้อนกลับกลายเป็นช่วงเสี่ยงด้านสุขภาพเมื่อหลายพื้นที่ของประเทศไทยเผชิญอุณหภูมิสูงทะลุ 40 องศาเซลเซียสส่งผลให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขออกมาเตือนถึงอันตรายของ “ฮีทสโตรก” (Heat Stroke) ที่ยังคงคร่าชีวิตคนไทยอย่างต่อเนื่องสถิติชี้ชัดภัยเงียบที่ยังไม่ถูกควบคุมข้อมูลย้อนหลัง 5 ปีเผยว่ามีผู้เสียชีวิตจากภาวะฮีทสโตรกสะสมเกือบ 500 ราย โดยแนวโน้มมีความผันผวนแต่ยังคงน่ากังวล ปี 2561 เสียชีวิต 18 ราย ปี 2562 พุ่งสูงสุด 57 ราย
ปี 2563–2564 ลดลง (ช่วงโควิด-19) ปี 2565–2566 กลับมาเพิ่มขึ้น ปี 2567 (มี.ค.–เม.ย.) เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 30 ราย ปี 2568 พบผู้ป่วย 182 ราย เสียชีวิต 21 ราย ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า “ความร้อน” ไม่ใช่แค่ความไม่สบายตัวแต่เป็นภัยคุกคามชีวิตที่เกิดขึ้นจริงฮีทสโตรกคืออะไร? ทำไมถึงอันตรายภาวะ Heat stroke เกิดจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ทันทำให้อุณหภูมิแกนกลางสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสส่งผลให้อวัยวะสำคัญ เช่น สมองหัวใจและไต ทำงานล้มเหลวอย่างรวดเร็วและอาจเสียชีวิตภายในเวลาอันสั้นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น ก่อสร้างเกษตรกรรมผู้สูงอายุเด็กเล็กผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงกลุ่มเหล่านี้มีความสามารถในการปรับตัวต่อความร้อนได้ต่ำกว่าคนทั่วไปสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบช่วยเหลืออาการของฮีทสโตรกมักเกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรงได้แก่ ตัวร้อนจัด ผิวแดง แต่ “ไม่มีเหงื่อ”เวียนศีรษะหน้ามืดสับสนพูดไม่รู้เรื่องเพ้อชักหรือหมดสติหากพบอาการเหล่านี้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพราะทุกนาทีมีผลต่อชีวิตคำแนะนำป้องกันก่อนสายเกินไปการป้องกันยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดแนวทางดูแลตัวเองช่วงหน้าร้อน:ดื่มน้ำให้เพียงพอแม้ไม่รู้สึกกระหายหลีกเลี่ยงแดดจัดช่วง 11.00–15.00 น. สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีพักในที่ร่มหรือมีอากาศถ่ายเทหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะเพิ่มความเสี่ยงขาดน้ำสรุปสถานการณ์อากาศร้อนที่รุนแรงขึ้นทุกปีทำให้ “ฮีทสโตรก” กลายเป็นภัยสุขภาพที่ต้องเฝ้าระวังอย่างจริงจังโดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนและเทศกาลที่มีกิจกรรมกลางแจ้งจำนวนมากอย่ามองว่าเป็นเรื่องไกลตัวเพราะในสภาพอากาศแบบนี้ “แค่ร้อน” อาจกลายเป็น “ถึงชีวิต” ได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
Leave a Reply