เก็บจนข้อมูลท่วมไม่ช่วยอะไรเลย

คนส่วนใหญ่จะชอบเก็บหนังสือ เก็บมันทุกอย่างเพราะมันดูมีความรู้ดีและคิดว่ามีไว้ก่อนตอนจะใช้จะได้ไม่ต้องหาแต่เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เก็บจนปลวกขึ้นโดยไม่เคยจะเปิดอ่านสักหน้า พอถึงเวลาต้องใช้จริงๆ สรุปไม่รู้อยู่ตรงไหนไม่รู้แม้กระทั่งอยู่เล่มไหนด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นปัญหามากเวลาทำงานโดยเฉพาะเจออะไรแปลกๆใหม่ๆคือไม่รู้จะเริ่มตรงไหนไม่รู้จะศึกษาจากไหน ทั้งที่เก็บข้อมูลจนเต็มบ้านมันก็จะเป็นเหมือนในรูป ข้อมูลเยอะเกินไปจนท่วมสุดท้ายใช้ไม่ได้ ซึ่งมันเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องเท่าไรหลังจากผ่านการทำงานมาเกินครึ่งชีวิตแล้ว”สำหรับการทำงาน”ผมพบว่าการอ่านหนังสือที่ดีที่สุดคืออ่านสารบัญและเปิดผ่านๆให้รู้ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนบ้างและอ่านเมื่อมันถึงเวลารู้ให้กว้างไว้ก่อนเจาะเมื่อจำเป็น นั้นคือวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด”การอ่านที่ดีที่สุด คือการไม่อ่าน” * มันอาจจะเหมาะกับลักษณะงานผมที่ค่อนข้างหลากหลายและสโคปกว้างมากก็ได้ งานลักษณะอื่นก็ต้องไปประยุกต์ใช้กันเองงานในโลกความเป็นจริงๆไม่สามารถรู้ได้ว่าอีกสองสามเดือนข้างหน้าจะต้องเจออะไร อ่านล่วงหน้าไป อีกสิบปีอาจจะไม่ได้ใช้มันเลยก็ได้เพราะไม่มีงานให้ทำแล้วก็ลืมอยู่ดีพอมีงานจริงๆมาการเรียนหรืออ่านโดยไม่เคยใช้งานจริงนั้นมันไม่ค่อยเข้าหัวหรอกอ่านสิบรอบเทียบไม่ได้เลยกับการแก้ปัญหาจริงๆสักงานซึ่งมันจะฝังหัวไปอีกนานเลยหรือเรียนจนจบทุกคอร์ส สุดท้ายออกมาไม่รู้จะใช้ยังไงเพราะไม่เคยผ่านการคิดและแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนโจทย์ตุ๊กตาในหนังสือมาก่อนดังนั้นการเตรียมตัวทำงานที่ดีคือไม่ต้องรู้ทุกเรื่องแต่ต้องรู้ว่าแต่ละเรื่องมันอยู่ตรงไหนและงัดมันมาใช้ได้ทันเวลาการทำงานไม่เหมือนการเรียนหรือทำวิจัยที่มีเวลายาวนานมากงานจริงบางเรื่องอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยแต่ต้องส่งงานให้ได้ภายในไม่กี่อาทิตย์มันกดดันกว่ากันเยอะมากคนที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานได้จึงไม่จำเป็นต้องเป็นคนเรียนเก่งที่อาจจะรู้ลึกมากเป็นเรื่องๆ พอเจองานที่หลากๆมากๆเก่งขนาดไหนก็อ่านไม่ทัน นอกจากอ่านไม่ทัน ยังจะส่งงานไม่ทันด้วยคนที่รู้กว้างๆนำมาใช้งานได้ตามความเหมาะสมในเวลาที่จำกัด ซึ่งตอบโจทย์การทำงานมากกว่าเยอะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/Offshore.Structural.Corner


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *