
ปัจจุบันมีงานวิจัยจำนวนมากอธิบายว่า การพาตัวเองออกไปสัมผัสธรรมชาติมีผลดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ ทั้งเป็นที่ยอมรับในทางการแพทย์จนหลายโรงพยาบาลในยุโรปก็เริ่มจ่ายใบสั่งยาด้วยการบอกให้คนไข้ไปสัมผัสกับธรรมชาติกันเพิ่มมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น แพทย์ในเมืองดาบิเชอร์ ประเทศอังกฤษ ได้นำเอาหลักธรรมชาติบำบัดมาใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยซึ่งผู้ป่วย (บางโรค) จะได้รับคำแนะนำให้ไปอยู่กับธรรมชาติในพื้นที่อุทยานแห่งชาติของเมือง
หรือไม่ต้องถึงขั้นป่วย เพราะงานวิจัยของ University of Exeter อธิบายเอาไว้ว่า เพียงแต่เราอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างน้อย 120 นาทีต่อสัปดาห์ ก็จะช่วยให้เรามีสุขภาพดีทั้งกายและใจ มากกว่าคนที่ตลอดสัปดาห์ไม่ได้ออกไปเชยชมธรรมชาติเลย
อย่างไรก็ตาม ในบรรดางานวิจัยเรื่องธรรมชาติบำบัดที่ถูกทำขึ้นมาทั้งหมด กลับมีข้อสังเกตที่ชวนให้ฉุกคิดได้ว่า การออกไปใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติดีกับคนทุกกลุ่มจริงไหม เพราะแทบทั้งหมดของงานวิจัยเรื่องนี้เกิดขึ้นในกลุ่มคนที่ร่ำรวยเท่านั้น
โดยนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยเวอร์มอนต์ พบว่า การศึกษาเรื่องธรรมชาติบำบัดที่ผลิตขึ้นระหว่างปี 2010-2020 จำนวน 174 ชิ้น เกือบทั้งหมด หรือ 95 เปอร์เซ็นต์ ศึกษาจากประชากรในประเทศตะวันตกที่มีรายได้สูง ในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียตะวันออก
ขอบคุณที่มา – อ่านต่อได้ที่ : https://web.facebook.com/brandthink.me/photos/a.1767934240198787/3659366971055495/
Leave a Reply