
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า “คนที่ป่วยเป็นโรคไต” จะต้องดูซูบผอมเสมอ แต่ความจริงแล้วผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังอาจมีรูปร่างอ้วนหรือผอมก็ได้ ขึ้นอยู่กับระยะของโรคและปัจจัยร่วม เช่น อาหาร การรักษา และโรคประจำตัวอื่นๆในขณะที่ โรคขาดสารอาหาร ซึ่งหลายคนอาจคิดว่า “ไม่มีในไทยแล้ว” กลับยังเป็นปัญหาที่พบได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรังหรือผู้ที่ดูแลสุขภาพไม่เหมาะสม โรคนี้อาจสร้างผลเสียรุนแรงต่อร่างกายมากกว่าที่หลายคนคาดคิด
โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease – CKD)
สาเหตุหลัก
- โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- พันธุกรรมหรือความผิดปกติของไตแต่กำเนิด
- การใช้ยาบางชนิดต่อเนื่อง เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs
อาการที่ควรระวัง
- ตัวบวม ขาบวม
- ปัสสาวะผิดปกติ (มีฟองมาก ปัสสาวะน้อยลง)
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
- ความดันโลหิตสูงควบคุมยาก
โรคขาดสารอาหาร (Malnutrition)
สาเหตุหลัก
- รับประทานอาหารไม่เพียงพอหรือไม่หลากหลาย
- ปัญหาการดูดซึมสารอาหารในลำไส้
- โรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง วัณโรค หรือภาวะติดเชื้อเรื้อรัง
- ผู้สูงอายุที่เบื่ออาหารหรือมีปัญหาการเคี้ยวกลืน
อาการที่พบ
- น้ำหนักลดลงอย่างชัดเจน
- กล้ามเนื้อลีบ แขนขาเล็กลง
- อ่อนแรง ไม่มีแรงทำกิจวัตรประจำวัน
- ผิวหนังบาง แห้ง ซีด ผมร่วงง่าย
ความเหมือนและความต่าง
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังอาจมีน้ำหนักปกติหรืออ้วนได้ แต่การทำงานของไตจะเสื่อมลงเรื่อยๆ หากไม่ควบคุม
- โรคขาดสารอาหารอาจเกิดขึ้นแม้ไม่ได้ป่วยเป็นโรคไต แต่เป็นภาวะที่กระทบการใช้ชีวิตประจำวันและเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อและแผลหายช้า
คำแนะนำเพื่อสุขภาพ
- ผู้ป่วยโรคไต ควรควบคุมอาหาร โดยเฉพาะเกลือ โปรตีน และโพแทสเซียมตามคำแนะนำแพทย์และนักกำหนดอาหาร
- ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง ควรตรวจเช็กภาวะโภชนาการสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูง (เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้) พร้อมผักและผลไม้ที่เหมาะสม
- อย่ามองข้ามสัญญาณเตือน เช่น น้ำหนักลดผิดปกติ อ่อนแรง หรือบวม ควรรีบปรึกษาแพทย์
บทสรุป โรคไตเรื้อรังและโรคขาดสารอาหาร แม้จะต่างกัน แต่ต่างก็ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพ การดูแลอาหารและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญอย่ารอให้มีอาการหนักแล้วค่อยรักษาเพราะการป้องกันคือวิธีที่ดีที่สุด
Leave a Reply