
คุณรุจน์เป็นตัวละครเรียกเสียงฮาจากซิตคอมอันโด่งดังเรื่องเนื้อคู่ประตูถัดไปนั่นเองเรียกได้ว่าเป็นเจ้าบทบาทเลยทั้งเป็นยาม เป็นแม่บ้าน เป็นคนสวนเป็นตำรวจจนได้หลายสรรพนามเลยทั้งคุณรุจน์ พี่รุจน์ ป้ารุจน์ ยามรุจน์ จ่ารุจน์ ด้วยคาแรคเตอร์นี้เองทำให้เรามักเรียกคนที่เป็นทุกอย่างให้เธอแล้วว่า “คุณรุจน์”งานนี้ไม่มีคนทำเลย ทำยังไงดีล่ะทีนี้? อ๋องั้นก็ให้เธอทำแล้วกัน สุดท้ายก็เป็นเราที่ต้องมาแบกงานนี้ไว้ หรือบางครั้งคนนี้ลา คนนั้นลา แต่ก็กลับกลายเป็นเราที่ต้องมาทำงานแทนพร้อมกับปัญหา 108 ที่ตามมา เช่น คุณเป็นพนักงานไอทีของบริษัทแต่ถ้าในขณะเดียวกันคอมพิวเตอร์บ้านเจ้านายมีปัญหาก็เป็นคุณที่ต้องไปซ่อม
ก็จริงที่ว่าเราได้รับโอกาสฝึกฝนและเรียนรู้ตัวเองมากขึ้นเติบโตเป็นคนที่แข็งแกร่งจริงๆไม่มีความสำเร็จไหนโรยด้วยกลีบกุหลาบหรอกทุกอย่างล้วนมีอุปสรรคแต่การเติบโตที่บั่นทอนชีวิตจิตใจไม่มีเวลาพักผ่อนจากงานที่ดีใจที่ได้ทำกลับกลายเป็นภาระในชีวิตที่กินเวลาทำเอาระบบรวนไปซะหมดจนรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ มันเกินความสามารถของเราแล้วนะ เมื่อมีคุณรุจน์เกิดขึ้นในชีวิตการทำงานจริงๆงานนี้ไม่มีคนทำเลยทำยังไงดีล่ะทีนี้? แล้วจะทำยังไงดี? ถ้าตัวเรานี่แหละคือคุณรุจน์ของออฟฟิศ ลองคิดดูว่าหากวันนึงเราต้องรับบทคุณรุจน์ ป้ารุจน์ ยามรุจน์ขึ้นมาเราจะจัดการตัวเองและความคิดของเรายังไงให้ส่งผลกระทบได้น้อยที่สุด
1. รู้จักการปฏิเสธ การตอบว่า ‘ไม่’ หรือ ‘ปฏิเสธ’ อาจเป็นเรื่องยากสำหรับใครบางคนด้วยความที่เกรงใจไม่รู้จะปฏิเสธยังไงดีหรือจะด้วยบุญคุณก็ตามอย่างที่บอกว่าในตอนแรกตัวเราเองตอบรับเพราะอยากทำสิ่งใหม่ๆ แต่เมื่อได้ลองทำไปแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันฝืนแล้ววว สุดท้ายส่งผลต่อคุณภาพของงานเราว่าการพูดปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาแบบสุภาพพร้อมเหตุผลที่มีน้ำหนักก็เป็นทางออกที่ดีนะ
2. พูดคุยกับหัวหน้าตรงๆถึงแม้ว่าคนสั่งงานเราก็คือหัวหน้าแต่ยังไงการได้พูดคุยตรงๆก็ย่อมส่งผลดีกว่าทำให้เราได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเค้านะ การพูดคุยกันไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป อยากให้มองว่าเป็นการช่วยกันหาทางออกมากกว่าในเมื่อหัวหน้าเองก็อยากได้งาน ขณะที่เราเองก็เกินจะต้านแล้ว มาคุยข้อตกลงกันดีกว่าว่ามีอะไรพอจะช่วยได้บ้าง เช่น กระจายงานให้คนอื่นในทีมด้วยการเพิ่มค่าตอบแทน เป็นต้น
3. ถวายกาย ถวายใจให้งานเพราะ ‘งานหนักไม่เคยฆ่าใคร’ จริงๆถ้าเราลองมองอีกแง่มุมมันก็คือการอัปสกิลตัวเองเหมือนกัน ตราบใดที่งานไม่ได้ไร้สาระถึงขั้นต้องไปเป็นคนใช้ใครแล้วล่ะก็ มันก็เหมือนเราเดินนำคนอื่นอยู่สองสามก้าวมีงานใส่พอร์ต ใส่เรซูเม่แน่นปึ้กในขณะที่คนรุ่นราวคราวเดียวกันยังสั่งสมประสบการณ์ไปไม่ถึงไหนแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำสิ่งนี้คือการมีสมดุลในชีวิตนะ บริหารเวลาทำงานกับเวลาใช้ชีวิตให้อยู่ในจุดที่เราพึงพอใจแบบไม่เกินขีดจำกัดของตัวเอง
4. ลาออก! อย่างนี้ต้องลาออก! หากทั้งหมดทั้งมวลที่เราได้แชร์มานี้ไม่ได้รับผลลัพธ์อย่างมีวุฒิภาวะแล้วก็อาจจะถึงเวลาบอกลาที่แห่งนี้แล้วแหละการลาออกไม่ใช่เราแพ้หรืออ่อนแอนะมองว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทำอะไรใหม่ๆ เจออะไรใหม่ๆดีกว่านะถ้าเราคุยกับตัวเองดีพอแล้วว่าการอยู่ในสถานะคุณรุจน์แบบนี้ไม่ได้ส่งผลดีกับเราสักเท่าไหร่เลยตัดสินใจโบกมือลาคนรอบตัวจบกันอย่างสวยงามดีที่สุดแต่การลาออกก็เป็นความเสี่ยงอีกแบบนึงนะ ในโลกแห่งการทำงานไม่มีอะไรมาการันตีได้ว่าจะไม่พบเจอเหตุการณ์แบบเดิมเราไม่อาจคาดการณ์อนาคตได้นั่นแหละจะไปเจอองค์กรแบบไหนเจอหัวหน้าแบบไหนเพื่อนร่วมงานแบบไหนมันอาจจะดีกว่าหรือแย่กว่าก็ได้ไม่มีใครบอกได้อยู่ที่การตัดสินใจของเราทั้งนั้นแม้ว่า “คุณรุจน์” ในซิตคอมจะเรียกเสียงฮาให้ผู้ชมอย่างมหาศาล แต่บอกเลยว่าคุณรุจน์ในชีวิตจริงไม่ฮาอย่างที่คิดเลย ทั้งนี้แล้วใครที่กำลังรู้สึกตัวเองเป็นคุณรุจน์อยู่ อยากให้ลองคิดทบทวนกับตัวเองดูนะ เพราะไม่มีงานไหนที่คู่ควรกับการแลกสุขภาพจิตของเราหรอก!ขอบคุณภาพประกอบจากFacebook เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/HealthAddictTh
Leave a Reply