
มีใครที่เชื่อเรื่องใช้กระเป๋าสตางค์ให้เรียกทรัพย์หรือเปล่าครับ? กระเป๋าสตางค์ไม่ได้เป็นเพียงของใช้ประจำวันหรือเครื่องประดับเท่านั้น เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนแปลงคนที่ติดลบให้กลายเป็นคนรวยที่มีความสุขในชีวิตมาแล้ว วันนี้อยากจะแบ่งปันเรื่องราวดีๆจากหนังสือ ชีวิตมั่งคั่งด้วยกระเป๋าสตางค์ใบเดียว โดย คะเมะดะ จุนอิชิ ขอสรุปเป็นประเด็นๆ เคล็ดลับวิธีเปลี่ยนกระเป๋าสตางค์อย่างไรให้ชีวิตเปลี่ยน ที่น่าสนใจมาเริ่มกันเลยย
ต้องเชื่อว่า ‘เงิน’ เป็น ‘สิ่งมีชีวิต’ เหมือนเป็นมนุษย์คนหนึ่งและเป็นเพื่อนของเราแล้วเจ้าสิ่ง มีชีวิตนี้จะเลือกเข้าหาคนที่เอาใจใส่ ใช้อย่างทะนุถนอม และไม่ชอบคนที่ดูถูกเงินแม้จะเป็นเศษเหรียญก็มีค่า ควรใช้กระเป๋าสตางค์ทรงยาว กระเป๋าสตางค์ = บ้านของเงิน
ถ้าเรามีบ้านที่แสนสบายเงินก็จะเลือกมาอยู่กับเรา กระเป๋ายาวช่วยให้เก็บเงินและธนบัตรได้ง่าย, ไม่ยับถ้าเราใช้กระเป๋าสตางค์แบบพับเงินจะรู้สึกอึดอัด ทฤษฏี 200 เท่า รายได้ต่อปีของคนนั้น จะเท่ากับราคากระเป๋าสตางค์ x 200 (อาจไม่ได้ตรงกันทุกครั้งแต่ตามสถิติที่ผู้เขียนค้นพบส่วนมากจะตรงแม้จะยังพิสูจน์ได้ไม่แน่ชัด)
ดังนั้นถ้าอยากได้รายรับที่สูงขึ้นให้เปลี่ยนไปใช้กระเป๋าสตางค์ที่แพงขึ้น เพราะในทางจิตวิทยา เมื่อได้จับกระเป๋าสตางค์ราคาแพง จิตใต้สำนึกของเราจะพยายามหาเงินมาใส่ในกระเป๋าให้คู่ควรกับค่ากระเป๋าสตางค์ใบนั้น เงินไม่ชอบกระเป๋าอ้วน ควรจัดระเบียบ & ทำความสะอาดกระเป๋าสตางค์ทุกวัน นำสลิปใบเสร็จ, บัตรสะสมแต้มหรือกระดาษอื่นๆออกไป ซึ่งจะช่วยให้รู้ว่าแต่ละวันใช้เงินไปเท่าไหร่, คงเหลือเท่าไหร่ทำให้เราวางแผนการใช้เงินได้ดียิ่งขึ้นและควรแยกเก็บเหรียญใส่ในกระเป๋าเหรียญต่างหากด้วย อยากประหยัดต้องซื้อของแพง เพราะเราจะคำนึงถึง คุณภาพ ความคุ้มค่า เป็นการบ่มเพาะนิสัยที่จะมองถึงอนาคตในระยะยาว ได้ใช้เงินอย่างเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่ให้ราคาสินค้ามาเป็นตัวกำหนดการใช้เงิน
จัดธนบัตรไปในทางเดียวกันเรียงธนบัตรตามมูลค่าให้มูลค่าสูงสุดอยู่หลังสุดเพื่อรักษาธนบัตรที่มีมูลค่าสูงไว้ได้นาน เป็นระเบียบเรียบร้อยและจะช่วยให้หยิบใช้เงินได้สะดวก
ใช้จ่ายเงินอย่างสุภาพ ต้องยื่นเงินอย่างสุภาพเสมอ เป็นการแสดงความเคารพต่อผู้รับและเงิน เพื่อให้เงินรู้สึกดีที่จะได้ออกสู่สังคม“ไปดีนะ” & กลับมาแล้วเหรอ” ตอนใช้เงินให้เรา พูดในใจกับเงินว่า “ไปดีนะ” และตอนได้เงินมาให้เราพูดในใจกับเงินว่า “กลับมาแล้วเหรอ” เพราะถ้าเราใช้เงินฟุ่มเฟือยเราจะรู้สึกผิดในใจที่จะกล่าวว่า “ไปดีนะ” ทำให้เกิดความยับยั้งชั่งใจช่วยควบคุมการใช้เงินได้ดียิ่งขึ้น ก่อนจะควักเงินให้หยุดแล้วตอบคำถาม ลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า นี่การจ่ายครั้งนี้เพื่อ การบริโภค, การลงทุนหรือการผลาญเราต้องตอบคำถามทุกครั้ง วิธีนี้จะช่วยให้เราหยุดคิดก่อนช้อปมากยิ่งขึ้นซื้อของไม่ให้ขาดทุน เมื่อเราจะตัดสินใจซื้อของแพง ๆ ต้องดูด้วยว่าของชิ้นนั้นเมื่อเราซื้อมาแล้ว ต้องขายต่อได้ในราคา > 70% หรือไม่? เป็นการฝึกนิสัยให้ตระหนักถึงการซื้อของที่มีคุณภาพดี พิจารณาอย่างถี่ถ้วน
กำหนดจำนวนและวิธีถอนเงิน กำหนดให้ถอนเงินได้ 2 ครั้ง/เดือนเท่านั้น โดยแต่ละครั้งเป็นตัวเลขที่เราจำได้ง่าย เช่น เกิดวันที่ 8 จึงถอนเงินครั้งละ 8,800 บาท การถอนแบบนี้จะช่วยให้เราจดจำได้ว่า เราถอนเงินเท่าไหร่, ใช้เท่าไหร่, คงเหลือเท่าไหร่เป็นการฝึกการควบคุมการใช้เงินเงินจะยิ่งเข้ามาถ้าเรายิ่งเป็นอิสระจากเงิน การคิดถึงเรื่องเงินตลอดเวลาหรือตระหนี่ถี่เหนียวนั้น ทำให้ชีวิตไม่มีความสุขเราต้องปฏิบัติตัวต่อเงินแบบพอดี เพราะเป้าหมายที่สำคัญของการควบคุมจัดการเงินนั้นก็เพื่อการเป็นคนรวยที่มีความสุขด้วยนั่นเองรวมถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวแลกเปลี่ยนของเงินก็สะท้อนรูปแบบการดำเนินชีวิตให้ตัวเราด้วย ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือชีวิตมั่งคั่งด้วยกระเป๋าสตางค์ใบเดียวโดย คะเมะดะ จุนอิชิ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=809001907934795&set=a.649142877254033
Leave a Reply