เจลฮอร์โมนสำหรับทาการคุมกำเนิดในผู้ชายมีแนวโน้มประสบความสำเร็จหลังการวิจัยล่าสุดเผยชาย 86 เปอร์เซ็นต์ใช้แล้วอสุจิลดลงจริง

ถ้าพูดถึง ‘การคุมกำเนิด’ แน่นอนว่าแทบ 100 เปอร์เซ็นต์เราจะนึกถึงผู้หญิงก่อนเสมอทั้งการรับประทานยาคุมกำเนิด การฝังยาคุมกำเนิด หรือฉีดยาคุมกำเนิดล้วนเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อให้การคุมกำเนิดแบบรัดกุมอยู่ในความรับผิดชอบของผู้หญิงในขณะที่ผู้ชายมีเพียงถุงยางอนามัยที่อาจไม่ได้ตอบโจทย์มากพอคำถามคือทำไมถึงยังไม่มีตัวเลือกยาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายหรือทำไมผู้หญิงมากมายต้องเผชิญกับผลกระทบทางร่างกายจากการคุมกำเนิด? ทว่า ในอนาคตอาจไม่เป็นอย่างนั้น หากการพัฒนานวัตกรรมเจลฮอร์โมนสำหรับผู้ชายประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี โดยการวิจัยเบื้องต้นที่เผยแพร่ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เจลทาผิวหนังที่เรียกว่า NES/T (Nestorone®/Testosterone) สามารถระงับภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชายได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และมีประสิทธิภาพพอๆ กับวิธีการคุมกำเนิดแบบใช้ฮอร์โมนสำหรับผู้หญิงโดย ดร.ไดอานา ไบลธ์ (Dr. Diana Blithe) หัวหน้าโครงการพัฒนาการคุมกำเนิดของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) กล่าวว่า “การพัฒนาวิธีการคุมกำเนิดที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูง และเชื่อถือได้สำหรับผู้ชายนั้น เป็นความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง” แต่แนวโน้มการพัฒนาเจลฮอร์โมนนี้นับเป็นก้าวสำคัญในงานประชุมประจำปีของสมาคมต่อมไร้ท่อใน เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา นักวิจัยจากโครงการพัฒนาการคุมกำเนิดของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health: NIH) ได้เผยแพร่ผลการทดลองระยะที่ 2 ซึ่งรวมชาย 222 คน อายุ 18-50 ปี โดยให้ทา NES/T ประมาณหนึ่งช้อนชาที่สะบักหลังทั้งสองข้างวันละครั้ง ผลลัพธ์เบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าเจลออกฤทธิ์เร็วกว่าที่คาดไว้ โดยชาย 86 เปอร์เซ็นต์ พบว่าจำนวนอสุจิลดลงภายใน 15 สัปดาห์หลังใช้ บางรายลดลงภายใน 4-8 สัปดาห์ สำหรับเจล NES/T ประกอบด้วย ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน และ เนสโทโรน (Nestorone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ที่ใช้ในวงแหวนช่องคลอดสำหรับผู้หญิงอยู่แล้ว เมื่อผสมกับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน จะช่วยป้องกันการผลิตสเปิร์มโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความต้องการทางเพศ นับเป็นข่าวดีสำหรับคู่รักที่ผู้หญิงต้องรับมือกับการคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมนและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นอย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลการทดลองล่าสุดนี้จะเป็นก้าวสำคัญในวงการคุมกำเนิด แต่ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่เจลนี้จะเผยแพร่สู่สาธารณะ เนื่องจากยังอยู่ในระยะการทดลองทางคลินิกขั้นที่ 3 ซึ่งต้องผ่านกระบวนการทดลองและการอนุมัติจากคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration: FDA)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/brandthink.me


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *