
อาการตึงเปี๊ยะบริเวณข้อเข่าจนไม่สามารถงอขาลงได้ตามปกติมีอาการปวดจี๊ดทุกครั้งที่เดินลงน้ำหนักหรือสังเกตเห็นว่าเข่าข้างหนึ่งมีขนาดใหญ่ผิดปกติเมื่อเทียบกับอีกข้างเป็นปัญหาทางสุขภาพที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรังอาการเหล่านี้มักเป็นเสียงสะท้อนจากโครงสร้างภายในข้อเข่าไม่ว่าจะเป็นกระดูกอ่อนเยื่อหุ้มข้อหรือเส้นเอ็นที่กำลังส่งสัญญาณเตือนว่าเกิดภาวะอักเสบหรือบาดเจ็บรุนแรงบทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุเชิงลึกของ 6 โรคร้ายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอาการเข่าบวมพร้อมแนวทางการดูแลรักษาและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ครับเช็กด่วน! อาการแบบไหนกำลังฟ้องว่าข้อเข่าเริ่มประท้วง? เมื่อข้อเข่าเริ่มเสื่อมสภาพหรือมีความผิดปกติเกิดขึ้นร่างกายมักจะแสดงอาการเตือนในชีวิตประจำวัน ดังนี้
- ปวดรุนแรงขณะเคลื่อนไหวมีอาการปวดแปลบบริเวณหัวเข่าเวลาเดินก้าวขึ้นลงบันได หรือมีอาการปวดตื้อลึกๆรบกวนเวลานอนหลับ
- มีเสียงผิดปกติในข้อได้ยินเสียงลั่นกึกกักหรือเสียงกระดูกเสียดสีกันภายในข้อพร้อมความรู้สึกเจ็บแปลบ
- ข้อเข่าติดขัดไม่สามารถงอเข่าหรือเหยียดขาให้ตรงได้สุดเนื่องจากมีอาการตึงขัดและตึงแน่นภายในข้อ
- บวมแดงและร้อนสังเกตเห็นข้อเข่าบวมโตผิวหนังมีสีแดงเรื่อจับแล้วรู้สึกอุ่นหรือร้อนกว่าเข่าข้างปกติหรือในบางกรณีอาจมีไข้ร่วมด้วย
6 โรคร้ายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอาการเข่าบวมหากตรวจสอบพบว่าตนเองมีอาการเข้าข่ายข้างต้นนี่คือโรคและภาวะความผิดปกติที่เป็นต้นตอสำคัญ
- โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) พบได้บ่อยในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีการใช้งานข้อหนักเกิดจากกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่เป็นเบาะกันกระแทกเสื่อมสภาพและบางลงทำให้กระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งเสียดสีกันโดยตรงส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังปวด บวมและข้อยึดตึง
- โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) โรคข้ออักเสบเรื้อรังจากระบบภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานผิดปกติเข้าทำลายเนื้อเยื่อหุ้มข้อทำให้ข้อเข่าบวมแดงร้อน และปวดรุนแรงโดยมักเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองข้างร่วมกับอาการข้อฝืดแข็งในช่วงเช้า
- โรคเก๊าท์ (Gout) เกิดจากการสะสมตัวของผลึกกรดยูริกตามข้อต่อเมื่อเกิดที่ข้อเข่าจะทำให้มีอาการปวดบวมแดงอย่างเฉียบพลันและรุนแรงข้อเข่าจะร้อนจัดและปวดทรมานแม้ขณะอยู่นิ่ง
- โรคหมอนรองกระดูกเข่าฉีก (Meniscus Tear) หมอนรองกระดูกทำหน้าที่รับแรงกระแทกมักเกิดการฉีกขาดจากการทำกิจกรรมที่ต้องบิดงอหรือหมุนข้อเข่าอย่างรวดเร็วทำให้เกิดอาการปวดลึกบวมและมีอาการเข่าล็อกหรือมีเสียงลั่นในข้อ
- โรคเส้นเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาด (ACL Tear) เกิดจากการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุจากการเล่นกีฬาที่มีการปะทะหรือกระโดดลงผิดท่าทำให้เข่าบวมเป่งอย่างรวดเร็วปวดรุนแรง และผู้ป่วยจะรู้สึกได้ทันทีว่า “เข่าหลวม” ทรงตัวไม่อยู่
- โรคข้อติดเชื้อ (Septic Arthritis) ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือจุลชีพเข้าสู่ข้อเข่าก่อให้เกิดการอักเสบรุนแรงปวดมากมีไข้สูงและเข่าบวมตึงต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ทันที
อันตรายจากภาวะแทรกซ้อนหากปล่อยทิ้งไว้เรื้อรังการปล่อยอาการเข่าบวมทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
- ภาวะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ (Muscle Atrophy) เมื่อขยับตัวน้อยลงกล้ามเนื้อรอบเข่าจะเริ่มลีบเล็กและอ่อนแรงส่งผลให้การทรงตัวไม่ดีลุกนั่งลำบากและเสี่ยงต่อการหกล้มรุนแรงขึ้น
- ภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า (Baker’s Cyst) ความผิดปกติของปริมาณน้ำไขข้อทำให้เกิดก้อนซีสต์นิ่มๆบริเวณข้อเข่าด้านหลังส่งผลให้รู้สึกตึงร้าวและติดขัดเวลาเคลื่อนไหว
ร้อนหรือเย็นประคบแบบไหนช่วยกู้สถานการณ์ได้ถูกต้อง?
- ประคบเย็น (Cold Compression) ใช้ในกรณีเกิดอาการอักเสบเฉียบพลัน (ภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก) เข่าบวมแดงและสัมผัสแล้วรู้สึกอุ่นกว่าปกติใช้เจลเย็นหรือน้ำแข็งห่อผ้าขนหนูประคบครั้งละ 15-20 นาที ช่วยให้เส้นเลือดหดตัวและลดบวมได้ดี
- ประคบร้อน (Warm Compression) ใช้สำหรับอาการปวดเรื้อรังตึงกล้ามเนื้อหรือพ้นระยะอักเสบเฉียบพลันแล้วใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 40-45 องศาเซลเซียสประคบ ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวคลายความตึงเครียดของเส้นเอ็นและช่วยให้ข้อเข่าขยับได้ลื่นไหลขึ้น
5 วิธีดูแลและปกป้องข้อเข่าในชีวิตประจำวัน
- หยุดพักและหลีกเลี่ยงท่าทางกดทับงดการเดินขึ้นลงบันไดนั่งพับเพียบนั่งขัดสมาธิ หรือนั่งยองๆเพื่อลดแรงกดทับซ้ำซ้อนต่อข้อเข่า
- หลีกเลี่ยงการยกของหนักการแบกหรือยกของที่มีน้ำหนักมากทำให้ข้อเข่าต้องรับภาระแรงกดทับเพิ่มขึ้นควรใช้อุปกรณ์ช่วยทุ่นแรง
- เปลี่ยนอิริยาบถสม่ำเสมอหลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งในท่าเดิมเป็นเวลานานเพื่อให้ข้อต่อและกล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย
- เลี่ยงกีฬาที่มีการปะทะรุนแรงงดกิจกรรมหรือกีฬาที่เสี่ยงต่อการกระแทกหรือบิดหมุนข้อเข่าอย่างรุนแรง
- ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานการลดน้ำหนักช่วยลดภาระแรงกระแทกที่ข้อเข่าต้องแบกรับในทุกย่างก้าวได้อย่างมหาศาล
คำแนะนำทางการแพทย์: หากดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้นมีอาการปวดรุนแรงหรือมีไข้ร่วมด้วยควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างตรงจุด
Leave a Reply