เจาะเทรนด์ProteinObsessionยิ่งกินเยอะยิ่งแข็งแรงจริงหรือแค่มโน?

สายคลีนสายเวทหรือแม้แต่คนรักสุขภาพยุคนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเทรนด์ Protein Obsession ที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ผลิตภัณฑ์อัดโปรตีนสูงทั้งโปรตีนเชคพาวเดอร์หรือเมนูเสริมโปรตีนแน่นๆทุกมื้อด้วยความเชื่อที่ว่าโปรตีนคือคีย์หลักในการสร้างกล้ามเนื้อซ่อมแซมร่างกาย และช่วยลดน้ำหนักแต่ในทางทางการแพทย์โปรตีนยิ่งเยอะไม่ได้แปลว่ายิ่งดีเสมอไปกินโปรตีนพอดีได้ประโยชน์เต็มร้อยโปรตีนยังคงเป็นสารอาหารจำเป็นที่ไม่ควรขาดหากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมกับสายงานอายุน้ำหนักและระดับการออกกำลังกายร่างกายจะได้รับประโยชน์เต็มๆ

  • ซ่อมแซมและรักษามวลกล้ามเนื้อเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายและผู้สูงอายุที่มวลกล้ามเนื้อเริ่มถดถอย
  • คุมน้ำหนักได้ดีขึ้นช่วยให้อิ่มท้องนาน ลดอาการกินจุกจิกระหว่างวัน
  • ปรับสมดุลระบบร่างกายเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างเอนไซม์ฮอร์โมนและภูมิคุ้มกัน

ภัยเงียบเมื่อเสพติดโปรตีนเกินพอดีการโหมกินโปรตีนเกินความต้องการของร่างกายต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจส่งผลเสียตามมาโดยไม่รู้ตัว

  • ได้รับพลังงานและไขมันเกินหากเน้นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ติดมันหรืออาหารแปรรูปจะได้ไขมันอิ่มตัวและโซเดียมแถมมาด้วยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ขาดความสมดุลทางโภชนาการการอัดโปรตีนจนเมินผักผลไม้และคาร์โบไฮเดรตดีอาจทำให้ขาดวิตามินเกลือแร่และไฟเบอร์จนระบบขับถ่ายพัง
  • ภาระหนักของไตโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไตแอบซ่อนอยู่หรือการทำงานของไตลดลงการย่อยโปรตีนปริมาณมหาศาลจะสร้างสารขยะอย่างยูเรียทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นอย่างรุนแรง

ข้อมูลเพิ่มเติม: ปริมาณโปรตีนที่ “พอดี” ต่อวันคือเท่าไหร่?

  • คนทั่วไป (ไม่เน้นออกกำลังกายหนัก) ควรได้รับโปรตีนประมาณ 0.8 – 1.0 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน (เช่น น้ำหนัก 60 กก. ควรได้รับโปรตีนราว 48–60 กรัม)
  • คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ / สารสายเวทอาจเพิ่มได้ถึง 1.2 – 2.0 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน ตามความเข้มข้นของการฝึก

เช็กร่างกายก่อนกินตามเทรนด์ก่อนจะเริ่มอัดโปรตีนเข้มข้นการตรวจสุขภาพประจำปีคือปราการด่านแรกที่ไม่ควรมองข้ามโดยเฉพาะการตรวจฟังก์ชันการทำงานของไตผ่านค่าเลือดและปัสสาวะ

  • Creatinine & eGFR ค่าเลือดที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพการกรองของไต
  • Urine Albumin / Protein ตรวจหาโปรตีนหรืออัลบูมินรั่วในปัสสาวะซึ่งเป็นสัญญาณเตือนแรกๆของไตเสื่อม

สุขภาพที่ดีไม่ได้วัดกันที่การกินตามเทรนด์ฮิต แต่คือการกินให้สมดุลและพอดีกับบริบทของร่างกายตัวเองหากไม่แน่ใจการปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับโภชนาการแบบสุดทาง คือตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *