
วิทยาศาสตร์ล่าสุดชี้ “การบำบัดทางใจ” เปลี่ยนสมองและบรรเทาความเจ็บปวดเรื้อรังได้ อาการปวดเรื้อรัง เช่น ปวดหลัง ไมเกรน ข้ออักเสบ หรือผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็ง เป็นสิ่งที่คนจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญ โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ที่พบมากถึง 1 ใน 5 คนทั่วโลกแม้แพทย์จะมีการใช้ยาและการรักษาทางกายภาพหลายรูปแบบ แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ “ไม่ดีขึ้น” หรือรู้สึกว่า “เจ็บอยู่ตลอด” แบบไม่มีคำตอบแล้วจะทำอย่างไร? ล่าสุด งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Aarhus ประเทศเดนมาร์ก เปิดมุมมองใหม่ที่น่าทึ่งว่า “การบำบัดทางจิตใจ” ไม่เพียงช่วยให้รู้สึกดีขึ้น แต่ยังเปลี่ยนโครงสร้างสมองของเราได้จริง
จากความคิดสู่สมองและการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกเจ็บ
งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ระดับโลก The Lancet โดยศาสตราจารย์ Lene Vase จากภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัย Aarhus ได้ทบทวนข้อมูลจากงานวิจัยนับร้อยที่ศึกษาผลของการบำบัดทางจิตต่ออาการปวดเรื้อรังแม้บางการศึกษาอาจมีข้อจำกัดด้านขนาดกลุ่มตัวอย่าง แต่เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน กลับพบสิ่งที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือ “การบำบัดด้วยความคิด” สามารถลดความรู้สึกเจ็บได้จริงและไม่ใช่แค่ความรู้สึกเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อ “การทำงานของสมองและไขสันหลัง” ด้วยโดยเฉพาะการบำบัดแบบ CBT (Cognitive Behavioural Therapy) ซึ่งเป็นวิธีที่เน้นการเปลี่ยนมุมมองและพฤติกรรมต่อความเจ็บปวด พบว่าช่วยให้สมองของผู้ป่วย “ตอบสนองต่อความเจ็บปวด” ได้น้อยลง
เมื่อสมองเรียนรู้ใหม่ความเจ็บก็เบาบางลง
ศาสตราจารย์ Vase อธิบายว่า เมื่อคนเราสามารถคลายความคิดลบที่ค้างคา เช่น ความเครียดจากงานหรือความห่วงใยครอบครัว และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติมากขึ้นความรู้สึกเจ็บมักจะ “จางลงไปเอง” โดยอัตโนมัติเทคโนโลยีถ่ายภาพสมองอย่าง fMRI ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในสมองของผู้ป่วยที่ผ่านการบำบัด ซึ่งเป็นหลักฐานว่า “ใจเปลี่ยน สมองเปลี่ยน เจ็บก็เปลี่ยนตาม”
แล้วถ้าไม่มีนักจิตวิทยาให้บำบัดล่ะ?
หนึ่งในปัญหาสำคัญตอนนี้คือ “นักจิตวิทยายังมีไม่พอ” ที่จะรองรับผู้ป่วยทุกคน ศาสตราจารย์ Vase จึงเสนอแนวทางที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า”แพทย์ พยาบาล หรือนักกายภาพบำบัด ควรมีบทบาทในการแนะนำแนวคิดทางจิตวิทยาเบื้องต้นให้กับผู้ป่วย” เพื่อให้คนสามารถเรียนรู้ และดูแลตนเองได้ด้วยใจนอกจากนี้ เขายังชี้ว่า “แอปพลิเคชันด้านสุขภาพจิต” อาจเป็นทางเลือกเสริมที่น่าสนใจ
เมื่อมือถือกลายเป็นที่ปรึกษาทางใจ
จากการสำรวจพบว่ามีแอปมากกว่า 500 รายการทั่วโลกที่ออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดผ่านเทคนิคทางจิตวิทยาแต่คำเตือนก็คือไม่ใช่ทุกแอปจะใช้ได้ผลหากจะเลือกใช้แอปใดควรมองหาแอปที่ “อิงหลัก CBT” เป็นหลัก เพราะมีงานวิจัยรองรับมากที่สุดในปัจจุบัน
หัวใจของการรักษาอาจเริ่มที่ใจของเราเอง
การศึกษานี้เปิดประตูให้เรามองการรักษาอาการเจ็บเรื้อรังในมุมใหม่ว่า
- เราไม่จำเป็นต้องพึ่ง “ยา” เพียงอย่างเดียว
- สมองของเรามี “พลังฟื้นตัว” ที่ซ่อนอยู่
- และการเปลี่ยน “ความคิด” สามารถเปลี่ยน “การรับรู้ความเจ็บ” ได้จริง
อย่ามองข้ามพลังของใจเพราะในบางครั้งการเยียวยาอาจไม่ได้เริ่มจากคลินิกแต่เริ่มจากการเข้าใจตัวเองมากขึ้นหากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังปวดแบบที่ “ไม่มีใครเข้าใจ” ลองเปิดใจให้ “วิธีคิดใหม่”เพราะอาจไม่ใช่แค่คุณ “รู้สึกดีขึ้น” แต่สมองของคุณก็กำลัง “เปลี่ยนแปลงเพื่อคุณ” เช่นกัน
Leave a Reply