เช็กก่อนเชื่อ!ไม่มีน้ำตาลอาจไม่จริงเจาะลึก3น้ำตาลแฝงในขนมเด็กที่พ่อแม่ต้องระวัง

สายสุขภาพและคุณพ่อคุณแม่ต้องฟังทางนี้! เวลาเลือกซื้อขนมให้ลูกน้อย หลายคนมักจะพุ่งเป้าไปที่คำโฆษณาหน้าซองอย่างสูตรไม่เติมน้ำตาล (No Sugar Added) หรือไม่มีน้ำตาล (Sugar-Free) แล้วหยิบลงรถเข็นทันทีด้วยความสบายใจแต่รู้หรือไม่ว่าขนมเหล่านั้นอาจแอบซ่อนน้ำตาลแฝงที่มาในชื่อเรียกทางวิชาการซึ่งหากไม่สังเกตฉลากโภชนาการด้านหลังซองให้ดีเด็กๆก็อาจได้รับน้ำตาลเกินมาตรฐานโดยไม่รู้ตัว! 3 ชื่อน้ำตาลแฝงยอดฮิตในขนมเด็กที่พบบ่อยที่สุดแม้หน้าซองจะบอกว่าไม่มีน้ำตาลทราย (Sucrose) แต่มักถูกทดแทนด้วยสารให้ความหวานหรือน้ำตาลแปรรูปรูปแบบอื่นได้แก่

  1. มอลโทเดกซ์ทริน (Maltodextrin)
    • คืออะไร: คาร์โบไฮเดรตสายสั้นที่ได้จากการย่อยแป้งมักใส่เพื่อเพิ่มปริมาณและทำให้อาหารสัมผัสนุ่มนวลขึ้น
    • ภัยซ่อนเร้น: แม้จะไม่ใช่น้ำตาลทรายแต่มีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) สูงมาก ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากการกินน้ำตาลโดยตรง
  2. น้ำเชื่อมฟรุกโตสสูง / ไฮฟรุกโตสคอร์นซีรัป (High Fructose Corn Syrup – HFCS)
    • คืออะไร: น้ำเชื่อมที่ผลิตจากแป้งข้าวโพดมีรสหวานจัดและราคาต้นทุนต่ำมักพบในนมรสหวาน น้ำผลไม้พร้อมดื่มและขนมกรุบกรอบ
    • ภัยซ่อนเร้น: ฟรุกโตสในรูปแบบนี้จะถูกส่งไปย่อยที่ตับโดยตรงหากได้รับมากเกินไปจะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมนำไปสู่ภาวะไขมันพอกตับอ้วนลงพุงและเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวานในเด็ก
  3. น้ำผลไม้เข้มข้น (Concentrated Fruit Juice)
    • คืออะไร: การนำน้ำผลไม้มาระเหยน้ำออกจนเหลือความหวานเข้มข้น มักใช้โฆษณาว่า “หวานจากธรรมชาติ”
    • ภัยซ่อนเร้น: เมื่อผ่านกระบวนการเข้มข้นเส้นใยอาหาร (Fiber) จะหายไปเหลือเพียงน้ำตาลฟรุกโตสและกลูโคสปริมาณสูงการให้ลูกกินขนมที่ผสมน้ำผลไม้เข้มข้นจึงไม่ต่างจากการให้เด็กกินน้ำเชื่อม

ข้อมูลเพิ่มเติมเด็กควรกินน้ำตาลเท่าไหร่ต่อวัน?

ข้อแนะนำจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และกรมอนามัย: เด็กเล็กไม่ควรบริโภคน้ำตาลที่เติมเพิ่ม (Added Sugar) เกิน 4 ช้อนชา (16 กรัม) ต่อวันการได้รับน้ำตาลแฝงสะสมเป็นเวลานานนอกจากจะทำให้เสี่ยงต่อโรคฟันผุและโรคอ้วนในเด็กแล้วยังส่งผลให้เด็กติดรสหวานเสียพัฒนาการการลิ้มรสอาหารตามธรรมชาติและอาจมีผลต่ออารมณ์สมาธิควรเช็กฉลาก

  • มองข้ามคำโฆษณาหน้าซองอย่าพึ่งพาคำว่า “Sugar-Free” หรือที่หน้ากล่องให้พลิกไปดูส่วนประกอบ (Ingredients) ด้านหลังเสมอ
  • สังเกตลำดับส่วนผสมส่วนประกอบจะเรียงจากปริมาณมากไปน้อยหากชื่อน้ำตาลแฝงอยู่ใน 3 ลำดับแรกให้เลี่ยงทันที
  • เช็กตารางโภชนาการดูช่องน้ำตาลทั้งหมด (Total Sugars) เพื่อให้รู้ปริมาณน้ำตาลสุทธิที่เด็กจะได้รับต่อการกิน 1 หน่วยบริโภค

Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *