เช็กด่วน!รอยพับที่ติ่งหู สัญญาณเตือนเงียบจากหลอดเลือดหัวใจที่การแพทย์ยอมรับ

หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องการสังเกตสุขภาพจากลักษณะภายนอกของร่างกายแต่อาจไม่เชื่อว่าแค่การส่องกระจกดูติ่งหูก็ช่วยสะท้อนความเสี่ยงโรคหัวใจได้! แม้จะฟังดูเหมือนคำทำนายของหมอดูแต่ในวงการแพทย์เรื่องนี้มีที่มาที่ไปและมีงานวิจัยรองรับจริงภายใต้ชื่อ “Frank’s Sign” จุดเริ่มต้นของ Frank’s Sign รอยพับสื่อโรคย้อนกลับไปในปี 1973 นายแพทย์ Sanders T. Frank สังเกตเห็นความผิดปกติที่น่าสนใจในกลุ่มคนไข้โรคหัวใจเกือบทุกรายโดยพบว่ามีรอยพับเฉียงบริเวณติ่งหูเหมือนกันทั้งหมดเขาจึงตัดสินใจตีพิมพ์รายงานลงในวารสารการแพทย์ชื่อดังระดับโลกอย่าง New England Journal of Medicine เพื่อตั้งข้อสังเกตว่ารอยพับดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงกับโรคหลอดเลือดหัวใจจนกลายเป็นที่มาของชื่อ Frank’s Sign ในปัจจุบันลักษณะของรอยพับที่ต้องสังเกตรอยพับตามเกณฑ์การแพทย์นี้ไม่ใช่รอยยับทั่วไปที่เกิดจากการนอนทับหรือรอยจากการเจาะหูแต่มีลักษณะเฉพาะตัวดังนี้

  • ทิศทางและมุมเป็นรอยพับที่ลากเฉียงจากโคนติ่งหูด้านหน้า (บริเวณใกล้ปุ่มกระดูกอ่อนหน้าหู หรือ Tragus) ไปจนถึงขอบท้ายติ่งหูทำมุมเฉียงประมาณ 45 องศา
  • ความยาวตัวรอยต้องมีความยาวอย่างน้อย 2 ใน 3 ส่วนของติ่งหู
  • ข้างที่พบสามารถพบได้ทั้งข้างเดียวหรือสองข้างแต่หากพบรอยพับชัดเจนทั้งสองข้าง จะยิ่งเพิ่มน้ำหนักความน่า
กลไกทางการแพทย์ทำไมติ่งหูถึงบอกเรื่องหัวใจได้? คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ระบุว่าติ่งหูเป็นอวัยวะปลายทางที่หล่อเลี้ยงด้วยเส้นเลือดฝอยขนาดเล็ก (End-arteries) ในลักษณะโครงสร้างที่คล้ายคลึงกับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเมื่อร่างกายเริ่มมีความเสื่อมของหลอดเลือด เช่น ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว (Atherosclerosis) จากการสะสมของไขมันเลือดจึงไปเลี้ยงส่วนปลายได้น้อยลงส่งผลให้เส้นใยคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังบริเวณติ่งหูฝ่อตัวลงจนยุบตัวกลายเป็นรอยพับกล่าวคือหากระบบหลอดเลือดหัวใจเริ่มมีปัญหาหลอดเลือดฝอยที่หูก็อาจสะท้อนความเสื่อมในลักษณะเดียวกันได้ในเวลาใกล้เคียงกันงานวิจัยบอกอะไรเราบ้าง? ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมามีงานศึกษารองรับแนวคิดนี้หลายชิ้น เช่น การศึกษาจากการชันสูตรพลิกศพที่พบสัดส่วนของรอยพับนี้ในกลุ่มผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจสูงกว่ากลุ่มที่เสียชีวิตด้วยสาเหตุอื่นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้งานวิจัยบางส่วนยังชี้ว่าความลึกของรอยพับอาจสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รวมถึงอาจมีความเชื่อมโยงกับการคาดการณ์ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) อีกด้วยคำแนะนำจากแพทย์สัญญาณเตือน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเด็ดขาดแม้ข้อมูลเหล่านี้จะน่าสนใจ แต่ในแง่เวชปฏิบัติแพทย์ยังมองว่ารอยพับนี้เป็นสัญญาณเตือนเสริมเท่านั้นความแม่นยำยังไม่สูงพอที่จะนำมาใช้เป็นเกณฑ์วินิจฉัยหลักแทนการตรวจสุขภาพเชิงลึก

ข้อแนะนำสำหรับคุณ: หากส่องกระจกแล้วพบรอยพับลักษณะดังกล่าวไม่ต้องตื่นตระหนกจนเกินไปเพราะไม่ใช่ทุกคนที่มีรอยนี้จะต้องเป็นโรคหัวใจเสมอไปอย่างไรก็ตามหากคุณมีปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย เช่น อายุที่เพิ่มขึ้นสูบบุหรี่เป็นประจำมีภาวะความดันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูงหรือพักผ่อนน้อยสะสมการพบรอยพับนี้ถือเป็นจังหวะเวลาที่ดีในการลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยหัวใจอย่างละเอียด เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือการตรวจระดับไขมันในเลือดดีกว่าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่สนใจครับ


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *