เช็กด่วน! 5 สัญญาณเตือนจากมือที่อาจบอกว่าไตของคุณกำลังมีปัญหา

คุณทราบหรือไม่ว่ามือของเราไม่ได้ทำหน้าที่แค่หยิบจับสิ่งของเท่านั้นแต่ยังเป็นหน้าต่างบานสำคัญที่สะท้อนถึงสุขภาพภายในโดยเฉพาะระบบการทำงานของ “ไต” ที่หลายคนมักมองข้ามจนกว่าจะเกิดอาการรุนแรงวันนี้เราสรุป 5 อาการผิดปกติบนมือที่ควรสังเกตหากคุณพบอาการเหล่านี้ อย่ารอช้า! แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจการทำงานของไตอย่างละเอียดครับ

1. อาการบวมน้ำ (Edema) เมื่อไตทำงานได้ไม่เต็มที่ร่างกายจะขับโซเดียมและน้ำส่วนเกินออกได้ยากส่งผลให้เกิดอาการบวมโดยเฉพาะบริเวณหลังมือหรือนิ้วมือหากคุณกดลงไปบนผิวหนังแล้วเนื้อบุ๋มลงไปไม่เด้งคืนตัวทันทีหรือรู้สึกว่าแหวนที่เคยใส่หลวมๆกลับคับแน่นขึ้นผิดปกตินี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่ง

2. ผิวหนังแห้งกร้านและคันผิดปกติ (Pruritus) ไตมีหน้าที่สำคัญในการรักษาสมดุลของแร่ธาตุและสารอาหารในกระแสเลือดเมื่อไตเสื่อมสภาพของเสียจะคั่งค้างส่งผลกระทบโดยตรงต่อผิวหนังทำให้ผิวแห้งอย่างรุนแรงจนเกิดอาการคันเรื้อรังแม้จะทาโลชั่นแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น

3. เล็บเปลี่ยนสี (Half-and-Half Nails) อาการที่เรียกว่า “เล็บครึ่งสี” คือส่วนโคนของเล็บเป็นสีขาวและส่วนปลายเล็บเป็นสีน้ำตาลหรือแดงซึ่งเป็นลักษณะที่มักพบในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในร่างกายและเม็ดเลือด

4. มือสั่นหรือกล้ามเนื้อกระตุกภาวะไตเสื่อมอาจทำให้เกิดความไม่สมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย เช่น ระดับแคลเซียมต่ำหรือฟอสฟอรัสสูงซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำให้มือสั่นกล้ามเนื้อกระตุกหรือเกิดอาการตะคริวได้บ่อยครั้ง

5. เส้นเลือดที่มือดูเด่นชัดขึ้นในบางกรณีการที่ร่างกายบวมน้ำหรือมีภาวะความดันโลหิตสูงซึ่งสัมพันธ์กับโรคไตอาจทำให้เห็นเส้นเลือดที่หลังมือโป่งนูนขึ้นมามากกว่าปกติเนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตทำงานหนักขึ้น

คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อดูแลไตให้แข็งแรง
  • ลดโซเดียมหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปอาหารกระป๋องและการปรุงรสจัด
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอการดื่มน้ำสะอาดอย่างเหมาะสมช่วยให้ไตขับของเสียได้ง่ายขึ้น
  • ควบคุมระดับน้ำตาลและความดันสองปัจจัยนี้คือสาเหตุหลักของโรคไตเรื้อรังหากมีโรคประจำตัวควรพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
  • สังเกตตัวเองการหมั่นตรวจเช็กความผิดปกติเล็กน้อยในร่างกายเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดครับ

หมายเหตุ: อาการเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกันแต่หากมีอาการหลายอย่างร่วมกันหรือมีปัจจัยเสี่ยง (เช่น เป็นเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง) การตรวจเลือดดูค่าการทำงานของไต (Creatinine และ eGFR) คือวิธีที่ดีที่สุดครับ ดูแลสุขภาพด้วยความห่วงใย หากพบความผิดปกติอย่าละเลยที่จะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะครับ


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *