
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าแคลเซียมมีความสำคัญเฉพาะกับกระดูกและฟันเท่านั้นแต่ในความเป็นจริงแล้วแคลเซียมเปรียบเสมือน “ฟันเฟืองหลัก” ในการขับเคลื่อนระบบต่างๆของร่างกาย หากวันใดที่ระดับแคลเซียมในเลือดต่ำเกินไปร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนผ่านความผิดปกติที่คุณอาจคาดไม่ถึงมากกว่ากระดูกพรุนร่างกายอาจรวนทั้งระบบเมื่อร่างกายขาดแคลเซียมสิ่งแรกที่เรามักนึกถึงคือโรคกระดูกพรุนฟันโยกคลอนหรืออาการปวดข้อแต่ผลกระทบที่ซ่อนอยู่ลึกกว่านั้นคือความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและประสาทเนื่องจากแคลเซียมมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อและการส่งกระแสประสาท ทำให้ผู้ที่มีภาวะแคลเซียมต่ำอาจพบอาการ
- มีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า
- เป็นตะคริวบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือรู้สึกเหนื่อยล้าง่ายกว่าปกติ
ปรับไลฟ์สไตล์ เติมแคลเซียมให้ถึงเป้าหมาย การดูแลตัวเองให้ได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอในทุกช่วงวัยเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยคุณสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ดังนี้
- เติมอาหารจากธรรมชาติเลือกรับประทานผักใบเขียวเข้ม นม ผลิตภัณฑ์จากนม ถั่วเหลือง และธัญพืชต่างๆ เป็นประจำ
- ปรับพฤติกรรมหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอรับแสงแดดอ่อนๆในยามเช้าเพื่อให้ร่างกายสร้างวิตามินดีมาช่วยดูดซึมแคลเซียมและควรหลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นตัวการทำลายมวลกระดูก
- ทางเลือกเสริมประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการดูดซึมปัจจุบันมีทางเลือกอย่าง Chelated Calcium (แคลเซียมคีเลต) ซึ่งเป็นแคลเซียมรูปแบบพิเศษที่ออกแบบมาให้ร่างกายดูดซึมได้ดีและนำไปใช้ได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นช่วยลดความกังวลเรื่องการตกค้างหรือสะสมในหลอดเลือดให้คุณมั่นใจในการดูแลมวลกระดูกและสุขภาพในระยะยาวได้อย่างเต็มที่ครับ
เกร็ดความรู้เพิ่มสำหรับผู้อ่าน
- เช็กความต้องการต่อวัน: โดยปกติผู้ใหญ่ควรได้รับแคลเซียมประมาณ 800-1,000 มิลลิกรัมต่อวัน แต่หากอยู่ในวัยสูงอายุหรือวัยทองความต้องการจะสูงขึ้นเพื่อชดเชยการสลายของกระดูก
- อย่าลืมกินคู่กับวิตามินดี: แคลเซียมจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมีวิตามินดีหากคุณเลือกทานอาหารเสริมอย่าลืมเช็กด้วยว่าในมื้อนั้นหรือผลิตภัณฑ์นั้นมีวิตามินดีเป็นส่วนประกอบร่วมด้วยหรือไม่ครับ
Leave a Reply