
เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนวิ่งแปบเดียวก็เหนื่อยหอบขณะที่บางคนวิ่งได้เป็นชั่วโมงแบบสบายๆ? คำตอบส่วนหนึ่งซ่อนอยู่ในค่า VO2 Max (Maximum Volume of Oxygen) หรือระดับการนำออกซิเจนไปใช้ได้สูงสุดของร่างกายในเวลา 1 นาที ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความแข็งแรงของระบบหัวใจปอดและหลอดเลือดที่แม่นยำที่สุดยิ่งค่านี้สูงแปลว่าปอดและหัวใจของคุณแข็งแรงร่างกายสูบฉีดเลือดได้ดีและสามารถออกกำลังกายได้อึดทนนานขึ้นสัญญาณ เตือนเมื่อ VO2 Max ต่ำกว่าเกณฑ์แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพระบุว่าค่า VO2 Max ที่ต่ำเกินไปไม่ได้บอกแค่ว่าคุณไม่ฟิตเท่านั้นแต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง (NCDs) หลายชนิด เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานประเภทที่ 2 รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานของปอดที่ลดลงซึ่งส่งผลให้เหนื่อยง่ายและร่างกายฟื้นตัวจากการอ่อนล้าได้ช้ากว่าปกติ
3 เทคนิคอัปเวล VO2 Max เพิ่มความเฮลตี้ให้ปอดและหัวใจ
- ฝึกแบบ Interval หรือ HIIT ออกกำลังกายหนักสลับเบา (เช่น วิ่งเร็วสลับเดิน) ช่วยกระตุ้นให้หัวใจทำงานใกล้ขีดจำกัดสูงสุดในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งช่วยเพิ่มค่า VO2 Max ได้ดีที่สุด
- คาร์ดิโอโซน 2 (Steady-State Cardio) วิ่งหรือปั่นจักรยานด้วยความเร็วคงที่ในระดับที่ยังคุยเป็นประโยคได้เพื่อสร้างความทนทานให้กับกล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนเลือด
- จัดเวลาพักผ่อนอย่างมีคุณภาพการนอนหลับ 7-9 ชั่วโมงต่อวันสำคัญไม่แพ้การซ้อม เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมนเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อและระบบหัวใจให้แข็งแรงกว่าเดิม
ลุยซ้อมหนักแค่ไหนก็หมดห่วงเรื่องกลิ่นอับฝังลึก แน่นอนว่าการซ้อมเพื่อเพิ่มความฟิต ย่อมมาพร้อมกับเหงื่อมหาศาลซึ่งเป็นแหล่งสะสมชั้นดีของแบคทีเรียต้นเหตุของกลิ่นอับฝังลึกบนเสื้อผ้ากีฬาที่ซักออกยาก
Leave a Reply