
เคยไหมอยู่ๆก็รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องเล็กๆดิ่งลงอย่างไร้สาเหตุหรือนึกคำพูดไม่ออกกระทันหันทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน?เมื่อพูดถึงวัยทอง (Menopause) ภาพจำของใครหลายคนมักจะเป็นอาการร้อนวูบวาบตามตัวหรือนอนไม่หลับแต่ในความเป็นจริงสุขภาพจิตและการทำงานของสมองคือสิ่งที่ถูกกระทบอย่างหนักไม่แพ้กันและเป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตในการทำงานและครอบครัวโดยไม่รู้ตัว 5 อาการทางใจและสมองยอดฮิตที่บอกว่าร่างกายเริ่มเข้าสู่วัยทอง
- 1. หงุดหงิดง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเรื่องเล็กน้อยที่เคยอภัยหรือมองข้ามได้กลับกลายเป็นจุดสะกิดอารมณ์ให้โมโหและรำคาญใจขึ้นมาทันที
- 2. อารมณ์แปรปรวนเป็นรถไฟไต่ถังนาทีนี้ยิ้มแย้มสดใสแต่นาทีถัดมากลับรู้สึกเศร้า หม่นหมองหรือน้ำตาคลอได้ง่ายๆ
- 3. รู้สึกดิ่งหมดพลังใจ (Apathy) ขาดแรงจูงใจในการใช้ชีวิตรู้สึกเหนื่อยล้าทางจิตใจ และหมดความสนใจในงานอดิเรกที่เคยชื่นชอบ
- 4. วิตกกังวลง่ายใจสั่นกระวนกระวายเกิดความรู้สึกกังวลตลอดเวลาใจไม่สงบแม้จะไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นเลยก็ตาม
- 5. สมองตื้อขี้หลงขี้ลืม (Brain Fog) ลืมของบ่อยนึกชื่อคนไม่ออกสมาธิสั้นลงอย่างเห็นได้ชัดและคิดอะไรไม่ลื่นไหลเหมือนเคย
ทำไมวัยทองถึงส่งผลต่ออารมณ์และสมอง?ขอยืนยันว่าคุณไม่ได้อ่อนแอหรือคิดมากไปเองแต่มันคือกลไกทางชีววิทยา!ในช่วงเปลี่ยนผ่านของวัยทองระดับเอสโตรเจน (Estrogen) จะลดลงอย่างรวดเร็วซึ่งเอสโตรเจนนี้ไม่ได้ดูแลแค่ระบบสืบพันธุ์ แต่ยังมีหน้าที่สำคัญในการควบคุมสารสื่อประสาทในสมองทั้งเซโรโทนิน (Serotonin) ที่ช่วยปรับอารมณ์ให้แจ่มใสและโดพามีน (Dopamine) ที่ดูแลเรื่องสมาธิและความจำเมื่อฮอร์โมนดรอปสารเคมีในสมองจึงแกว่งจนส่งผลให้อารมณ์และความคิดเปลี่ยนไปข้อมูลเพิ่มเติมพฤติกรรมรับมือเบื้องต้น & แนวทางการดูแลนอกจากอาการทางใจแล้วช่วงวัยทองยังมักเกิดร่วมกับอาการนอนหลับยาก (Insomnia) ซึ่งยิ่งซ้ำเติมให้สมองอ่อนล้าและอารมณ์แปรปรวนหนักขึ้นหากเริ่มรู้สึกว่าตัวเราหรือคนใกล้ชิดเริ่มเปลี่ยนไปสามารถดูแลตัวเองได้ดังนี้
- ปรับโภชนาการเน้นทานอาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogens) จากธรรมชาติ เช่น ถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ หรือธัญพืช รวมถึงเน้นกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ช่วยบำรุงสมองและอารมณ์
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอการออกกำลังกายแบบแอโรบิกเบาๆ เช่น เดินเร็ว หรือเล่นโยคะ จะช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอนดอร์ฟินและช่วยปรับสมดุลสารสื่อประสาท
- ปรับสุขอนามัยการนอน (Sleep Hygiene) เข้านอนและตื่นให้เป็นเวลาหลีกเลี่ยงหน้าจอสมาร์ทโฟนก่อนนอน เพื่อลดปัญหา Brain Fog จากการนอนไม่พอ
- ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหากอาการเริ่มกระทบกับการทำงานหรือความสัมพันธ์อย่าลังเลที่จะพบแพทย์เพื่อประเมินระดับฮอร์โมนในปัจจุบันมีทั้งแนวทางปรับพฤติกรรมและการใช้การบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy – HRT) ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งช่วยฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้กลับมาแจ่มใสได้อีกครั้ง
แล้วคุณล่ะคะกำลังเจอกับข้อไหนอยู่บ้าง? หรือมีอาการแปลกใหม่แบบไหนที่รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปลองมาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนและส่งกำลังใจให้กันได้เลยนะคะ!
Leave a Reply