เช็กให้ชัวร์!ใหลตายภัยเงียบยามหลับรู้ทันสัญญาณเตือนก่อนหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

ใหลตายหรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันในเวลากลางคืน (Sudden Unexpected Nocturnal Death Syndrome – SUNDS) ถือเป็นหนึ่งในภัยเงียบที่น่ากลัวที่สุดเนื่องจากมักเกิดขึ้นในขณะที่ผู้ป่วยกำลังนอนหลับอย่างสนิทโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าบทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกพร้อมคำแนะนำในการสังเกตอาการและวิธีป้องกันเพื่อให้คุณเท่าทันความผิดปกติของหัวใจก่อนที่จะสายเกินไปทำไมโรคใหลตายจึงมักเกิดขึ้นในตอนนอนหลับ? ในขณะที่เรานอนหลับระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) จะมีการปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่โดยระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic) จะทำงานเด่นขึ้นส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจช้าลงและความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่มีความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจหรือมีกลุ่มอาการทางพันธุกรรมบางชนิด เช่น Brugada Syndrome การเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทอัตโนมัติในช่วงนอนหลับนี้อาจกลายเป็นตัวกระตุ้น (Trigger) สำคัญที่ทำให้ระบบไฟฟ้าในหัวใจลัดวงจรส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรงและอันตรายถึงชีวิต (Ventricular Fibrillation) ซึ่งทำให้หัวใจไม่สามารถบีบเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ทันทีสัญญาณเตือนภัยที่ไม่ควรมองข้ามแม้โรคใหลตายจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหันแต่ในหลายๆ เคสร่างกายอาจเคยส่งสัญญาณเตือนบางอย่างมาก่อนหากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) โดยด่วน

  • มีอาการวูบหน้ามืดหรือเป็นลมหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีอาการใจสั่นรุนแรงแน่นหน้าอกหรือรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะขณะพักผ่อน
  • มีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุในเวลากลางคืน (โรคใหลตายมักมีปัจจัยทางพันธุกรรมเกี่ยวข้อง)
  • มีอาการหายใจผิดปกติมีเสียงกรนดังร่วมกับมีการหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ซึ่งเพิ่มภาระให้หัวใจทำงานหนักขึ้น
คำแนะนำและการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันความเสี่ยง
  1. ตรวจสุขภาพประจำปีและตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคใหลตายหรือมีอาการใจสั่นและหน้ามืดบ่อยครั้ง
  2. หลีกเลี่ยงความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอความเหนื่อยล้าสะสมอาจส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของหัวใจ
  3. ระมัดระวังการใช้ยาบางชนิดผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางประเภทควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาบางกลุ่มที่อาจไปกระตุ้นระบบไฟฟ้าหัวใจ
  4. สังเกตความผิดปกติของคนในครอบครัวหากสังเกตเห็นคนใกล้ชิดมีอาการนอนกรนร่วมกับการสะดุ้งตื่นหรือมีอาการหายใจผิดปกติยามหลับ ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างละเอียด


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *