
ในปี 2000 Jean Béliveau เริ่มต้นการเดินทางที่หลายคนอาจมองว่าเป็นไปไม่ได้เขาตัดสินใจเดินรอบโลกโดยใช้เวลากว่า 11 ปี ผ่าน 64 ประเทศ รวมระยะทางกว่า 75,000 กิโลเมตรเขาไม่ได้ตั้งเป้าหมายต้องเดินให้ครบ 10,000 ก้าวต่อวัน ไม่ได้มีอุปกรณ์ติดตามก้าวหรือแอปพลิเคชันวัดสุขภาพเขาแค่เดินเดินผ่านภูเขาแม่น้ำเมืองใหญ่และทะเลทรายพักพิงในเต็นท์ บ้านของคนแปลกหน้าหรือแม้แต่ในคุกที่ได้รับอนุญาตให้พักแรมวันหนึ่งขณะที่เขาพร้อมออกเดินทางต่อหัวหน้าตำรวจที่เคยให้ที่พักกลับหายตัวไป เจ้าหน้าที่คนอื่นไม่เชื่อเรื่องราวของเขาและไม่ยอมให้เขาออกไปง่ายๆแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่หยุดเขาได้เพราะสำหรับ Béliveau การเดินคือการใช้ชีวิตไม่ว่าคุณจะเดินข้ามทวีปหรือแค่เดินเล่นรอบหมู่บ้าน
เดินแค่ไหนถึงจะเปลี่ยนสุขภาพของคุณ?
คุณไม่จำเป็นต้องเดินรอบโลกแบบ Béliveau เพื่อให้สุขภาพดีขึ้น เพียงแค่เพิ่มจำนวนก้าวในแต่ละวันก็สามารถเปลี่ยนแปลงร่างกายและจิตใจได้อย่างมีนัยสำคัญ
ช่วยปรับอารมณ์และลดความเครียด – เดินเล่นช่วงบ่ายช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด ปรับสมดุลอารมณ์ และลดอาการซึมเศร้า
เสริมสร้างระบบไหลเวียนโลหิต – หากเดินต่อเนื่องหลายสัปดาห์หัวใจจะทำงานดีขึ้น เส้นเลือดขยายตัวเพื่อส่งออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อแรงดันเลือดลดลง
ช่วยลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรง – ในระยะยาวการเดินช่วยลดความเสี่ยงของเบาหวาน มะเร็งบางชนิด และภาวะสมองเสื่อม
เสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ – เดินเป็นประจำช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูกลดโอกาสเกิดโรคกระดูกพรุนและช่วยให้ข้อต่อทำงานได้ดีขึ้นและที่สำคัญคุณไม่ต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายแพงๆ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการเดิน
10,000 ก้าวต่อวันจำเป็นจริงหรือ?
หลายคนเข้าใจว่า ‘10,000 ก้าวต่อวัน’ เป็นตัวเลขมหัศจรรย์ที่จำเป็นต่อสุขภาพ แต่ในความเป็นจริง งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการเดินมากขึ้นกว่าเดิมก็เพียงพอแล้วไม่จำเป็นต้องกังวลกับตัวเลขที่แน่นอน
เดินสะสมตลอดวันก็ได้ผล – คุณไม่ต้องเดินครบ 10,000 ก้าวในคราวเดียวเดินไปทำงาน เดินไปซื้อของ หรือเดินเล่นกับเพื่อนก็ช่วยสะสมก้าวไปตลอดวัน
ลดภาระสิ่งแวดล้อม – การเดินมากขึ้นช่วยลดการใช้รถยนต์ลดมลพิษและลดปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ
ช่วยให้คุณมีความสุขมากขึ้น – งานวิจัยจากฮ่องกงพบว่าผู้สูงอายุที่อยู่ในเมืองที่เดินได้สะดวก มีระดับความสุขสูงกว่าและรู้สึกเหงาน้อยกว่า
ปัญหาคือไม่ใช่ทุกคนสามารถเดินได้
แม้ว่าการเดินจะเป็นกิจกรรมที่ง่ายแต่ในหลายเมืองทั่วโลกกลับไม่เอื้อต่อการเดินเลย
ไม่มีทางเท้าที่ปลอดภัย – หลายเมืองไม่มีทางเดินที่เหมาะสมทางเท้าถูกละเลยหรือกลายเป็นที่จอดรถจักรยานยนต์
เมืองออกแบบเพื่อรถยนต์ ไม่ใช่คนเดิน – เมืองหลายแห่งถูกออกแบบให้ต้องใช้รถมากกว่าที่จะเดินจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง
ขาดพื้นที่สีเขียว – เมืองที่ไม่มีสวนสาธารณะหรือเส้นทางเดินสวยงามทำให้คนขาดแรงจูงใจในการเดิน
โชคดีที่มีเมืองต้นแบบที่ทำให้การเดินกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เช่น
แวนคูเวอร์ – เปลี่ยนถนน 2 กิโลเมตรให้เป็น Greenway ทำให้ผู้คนออกกำลังกายมากขึ้น ลดการใช้รถยนต์ลงถึง 23% และลดการปล่อยคาร์บอนลง 21%
Bethel, รัฐเวอร์มอนต์ – เพิ่มทางม้าลายและขอบฟุตบาทที่ชัดเจนทำให้เมืองน่าเดินขึ้นโดยไม่ต้องใช้งบประมาณมาก
ถ้าคุณเดินได้จงเดิน
ไม่ว่าคุณจะใส่สมาร์ตวอทช์หรือไม่ ไม่ว่าจะเดินครบ 10,000 ก้าวหรือเพียง 1,000 ก้าว ทุกก้าวมีคุณค่า Jean Béliveau เดินกว่า 75,000 กิโลเมตรเพื่อพิสูจน์บางอย่างเกี่ยวกับชีวิตของเขา แต่สำหรับเรา การเริ่มต้นอาจเป็นเรื่องง่ายๆ แค่เลือกเดินมากขึ้นอีกนิดในแต่ละวันอาจเป็นการเดินขึ้นบันไดแทนลิฟต์ หรือเดินไปตลาดแทนการขับรถเพราะสุดท้ายแล้วสุขภาพที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนก้าวแต่ขึ้นอยู่กับการลงมือทำ
Leave a Reply