
ใครหลายคนคงเคยมีประสบการณ์สนใจอะไรบางอย่างในวัยเด็ก รวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับไดโนเสาร์ บางคนถึงขั้นจำชื่อยาวๆ และชื่อทางวิทยาศาสตร์ของพวกมันของสัตว์เลื้อยคลานก่อนยุคประวัติศาสตร์ได้มากมายหลายตัวระดับความเชี่ยวชาญด้านไดโนเสาร์ที่เด็กๆ มีนั้นสร้างความประหลาดใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อมองในมุมที่ว่าผู้ใหญ่ทั่วไปรู้จักไดโนเสาร์เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น นักวิทยาศาสตร์เรียกความหลงใหลแบบนี้ว่าเป็น ‘ความสนใจอย่างแรงกล้า’ซึ่งนักวิจัยไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กๆ มีความหลงใหลเช่นนี้ และพ่อแม่ส่วนใหญ่ก็ไม่ทราบเช่นเดียวกันว่าลูกๆ ของพวกเขาเริ่มต้นความสนใจนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่นักวิทยาศาสตร์ะบุว่าพวกเขาสนับสนุนให้พ่อแม่ส่งเสริมความสนใจให้กับเด็กๆ เพราะมันมีประโยชน์ต่อสมองจริงๆ“ผมคิดว่าสำหรับเด็กหลายคนเหล่านี้ นั่นคือรสชาติแรกของการเรียนรู้ การได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในบางสิ่งบางอย่างนั้น ทำให้พวกเขารู้สึกมีพลัง” Kenneth Lacovara นักบรรพชีวินวิทยา และผู้อำนวยการอุทยานฟอสซิล Jean และ Ric Eldenman ของมหาวิทยาลัย Rowan กล่าว งานวิจัยในปี 2008 ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยอินเดียนาและมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน พบว่าความสนใจอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสนใจเกี่ยวกับไดโนเสาร์นั้น สามารถช่วยให้เด็กๆมีพัฒนาการด้านความรู้ ความเพียรพยายาม การมีสมาธิและทักษะการประมวลผลข้อมูลเชิงลึก ทั้งหมดนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญกล่าวโดยสรุป ไดโนเสาร์ทำให้เด็กเรียนดีขึ้นและฉลาดขึ้น ผลลัพธ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยก่อนหน้าที่ทำแยกกันอย่างอิสระ 3 ชิ้น ซึ่งระบุว่าเด็กที่มีความสนใจอย่างมาก มักจะมีความฉลาดสูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่เพราะอะไร? ดูเหมือนว่าความหลงใหลความหลงใหลในไดโนเสาร์อาจทำให้เด็กๆ เข้าถึงส่งใหม่ๆได้มากยิ่งขึ้น
“การถามคำถาม การค้นหาคำตอบ และการได้รับความเชี่ยวชาญเป็นกระบวนการเรียนรู้โดยทั่วไป” Kelli Chen นักจิตวิทยาบำบัดในเด็ก กล่าว “แต่การสำรวจและเรียนรู้หัวข้อต่างๆให้เชี่ยวชาญนั้นมีประโยชน์เพราะนั่นคือวิธีที่ทำให้เป็นมืออาชีพ และอาชีพหลักของเด็กคือการเล่น ดังนั้นพวกเขาจึงทำงานโดยเล่นผ่านมุมมองของสิ่งที่พวกเขาสนใจจะเรียนรู้”ซึ่งปัจจัยที่มีผลสำคัญต่อความสนใจและการเรียนรู้ของเด็กคือ โรงเรียน และ สภาพแวดล้อมทางสังคมเมื่อเด็กๆ เข้าสู่โรงเรียน พวกเขาถูกคาดหวังว่าจะต้องบรรลุเป้าหมายทางวิชาการในหลายๆด้าน ซึ่งทำให้ไม่มีพื้นที่เหลือในการเรียนรู้ผ่านการเล่นให้เชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งที่พวกเขาสนใจขณะเดียวกันองค์ประกอบทางสังคมเช่นเพื่อนหรือครอบครัวก็จะทำให้เด็กรับรู้ได้ว่า พวกเขาควรสนใจสิ่งนั้นต่อไปหรือไม่ และตระหนักได้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสนใจเหมือนกับพวกเขา ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์แนะนำว่าหากต้องการสนับสนุนเด็กๆผู้ใหญ่ควรชื่นชมความสนใจนั้นแม้มันจะดูเป็นเรื่อง ‘ไม่น่าสนใจ’ สำหรับผู้ใหญ่ก็ตาม“บ้านที่ได้รับการส่งเสริมและมีกระแสตอบรับเชิงบวกเช่น ‘จอห์นรู้ว่าสัตว์นั้นเป็นสัตว์พิเศษ จอห์นเก่งมาก’ เมื่อคุณได้รับคำชมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากการมีข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อนั้น คุณก็พร้อมแล้ว” Elizabeth Chatel นักบำบัดด้านการแต่งงานและครอบครัว กล่าวแม้เด็กๆที่สนใจในไดโนเสาร์ทุกคนจะไม่ได้โตมาเป็นนักบรรพชีวินวิทยาหรือนักขุดฟอสซิล แต่การได้เรียนรู้สิ่งที่อยู่รอบๆไดโนเสาร์ก็ช่วยส่งเสริมความรู้ด้านอื่นๆให้เติบโตเช่นกันการเรียนรู้การขุดฟอสซิล “ต้องรู้จักการออกแบบระบบขนย้ายของหนักบนพื้นที่ขุระใช่หรือไม่?” Lacovara กล่าว “การเข้าใจระบบระบายความร้อนแบบพาสซีฟที่มีประสิทธิภาพเองก็มีซอโรพอดเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือขนนกก็เป็นตัวอย่างที่น่าอัศจรรย์ที่ไดโนเสาร์ทำสิ่งนี้เมื่อ 150 ล้านปีก่อน”ความชื่นชอบของไดโนเสาร์อาจเป็นเรื่องสนุกเพียงชั่วคราวสำหรับใครบางคน แต่มันก็อาจสร้างนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ให้ก้าวขึ้นมาศึกษาสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ในอดีตนี้ ถึงอย่างนั้นประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากความหลงใหลในไดโนเสาร์ก็เพียงพอแล้วที่พ่อแม่ควรสนับสนุนเด็กๆ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :https://www.facebook.com/environman.th
Leave a Reply