
ล้วนส่งผลให้คนเราเกิดความเครียดและเบื่อหน่ายได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้คนรุ่นใหม่ไฟแรงกลับกลายเป็นคนที่ไม่มีแรงจูงใจในการทำงานได้นะแล้วทำไมอยู่ๆถึงไม่อยากทำงานหล่ะ? นั่นก็เพราะว่าจิตใจของพวกเขาอาจเผชิญกับ 3 ภาวะที่เกี่ยวกับสภาพจิตใจต่องานที่ทำอยู่นั่นคือ Burnout (หมดไฟ), Boreout (เบื่องาน) และ Brownout (หมดใจ) นั่นเองจริงๆแล้วสาเหตุของทั้ง 3 ภาวะนี้มีส่วนมาจากความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานนี่แหละ เพียงแต่แสดงออกมาในอาการที่แตกต่างกันเท่านั้นเอง เราเลยอยากให้ทุกคนมาทำความรู้จักไปพร้อมๆกับสำรวจตัวเองไปด้วยว่าแต่ละภาวะอาการมันเป็นยังไง? แล้วจะแก้ยังไงดีให้ใจเรากลับมาเต็มร้อยยยภาวะแรกเลยคือ “Burnout หรือภาวะหมดไฟ” แทบจะเป็นภาวะคลาสสิกที่คนทำงานเป็นกันเยอะ เกิดจากความอ่อนล้าทางอารมณ์จากความเครียดสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน รู้สึกไม่ค่อยมีพลังงาน เบื่อไปหมด มองเห็นแต่เรื่องลบๆทั้งในแง่ของงานและคน ซึ่งถ้าปล่อยไปนานเข้ามันร้ายแรงถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าเลยนะ และแน่นอนว่าทำงานช้าและประสิทธิภาพในการทำงานลดลงอย่างเห็นได้ชัด
การแก้ปัญหาอาการหมดไฟอาจแตกต่างกันไปตามกิจกรรมที่ชอบ เช่น เล่นเกม ออกไปเที่ยวพบปะสังสรรค์ อันที่จริงมันก็คือการผ่อนคลายนั่นแหละ หรืออีกกิจกรรมนึงที่น่าสนใจคือการเข้าร่วมกลุ่มจิตอาสาต่างๆทำให้เราเห็นโลกกว้างขึ้นแถมยังได้รู้จักสังคมใหม่อีกเยอะเลยต่อมาเป็นภาวะ “Boreout หรือภาวะเบื่องาน” ตรงตัวเลยว่าเราจะเกิดความรู้สึกเบื่อกับงานที่ทำ แต่ในความเบื่อนี้เกิดจากเรื่องงานไม่มีความน่าสนใจมากพอจนรู้สึกว่าไม่สามารถดึงศักยภาพตัวเองออกมาใช้ได้เต็มที่ หรืองานที่ทำมันนอกเหนือจากความรับผิดชอบก็ได้นะ ทั้งหมดนี้ทำให้เรารู้สึกว่าฝืนตัวเองให้มาทำงาน เริ่มลาบ่อยขึ้น และไม่ภูมิใจกับงานที่ตัวเองทำถ้าลองหาความหมายของงานที่เราทำอยู่หรือลองนึกถึงผลประโยชน์ของงานเราที่ส่งถึงผู้อื่นอาจทำให้เราเห็นคุณค่าของงานและมี passion มากขึ้นก็ได้นะหรือลองหาอะไรที่แปลกใหม่ทำ เพราะบางทีการทำอะไรใหม่ๆ เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ก็ช่วยให้เราอารมณ์ดีขึ้นได้สุดท้ายคือ “Brownout หรือภาวะหมดใจ” ภาวะนี้ถือเป็นภาวะที่รุนแรงที่สุดแต่ข้อมูลจาก Coporate Balance Concepts กลับบอกว่าแท้จริงแล้วกว่า 40% เลยที่เลือกลาออกเพราะการหมดใจแต่ยังไม่หมดไฟ! บางคนภายนอกเห็นว่าทำงานปกติมากแต่ในใจมีความรู้สึกต่อต้านตลอดเวลาด้วยเพราะความคาดหวังและความกดดันที่สูงเกินไปทำให้พอโดนมากๆจนถึงจุดนึงแล้วเหมือนชีวิตไร้จุดหมาย ทำงานไปวันๆองค์กรที่ไร้ระเบียบหรือกฎเคร่งครัดเกินไปรวมถึงการทำงานอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรมก็มีส่วนเหมือนกัน แล้วสิ่งที่ตามมาคือการลาออกไปอย่างเงียบๆนั่นเองนอกจากสมดุลด้านการทำงานแล้วก็อย่าลืมสมดุลด้านอื่นๆในชีวิตด้วย ทั้งเรื่องสุขภาพกายสุขภาพใจความสัมพันธ์ที่สำคัญคือการดูแลตัวเอง บางทีการกลับมาหยุดพักบ้างก็ทำให้เรามีแรงฮึดสู้ต่ออีกนะปัญหาสุขภาพใจในองค์กรล้วนทำให้พนักงานไม่ว่าจะรุ่นไหนก็ลาออกได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่แสวงหาการทำงานที่ดีและโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาเพราะฉะนั้นองค์กรเองก็รับบทสำคัญในการสนับสนุนการมีสุขภาพจิตที่ดีของพนักงาน องค์กรไหนที่ปรับตัวสร้างสภาพแวดล้อม สร้างสังคมสร้างวัฒนธรรมที่เข้ากับโลกปัจจุบันได้ก็มีแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่จะมีไฟทำงานอยู่ยาวๆเลยหล่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :https://www.facebook.com/HealthAddictTh
Leave a Reply