เตือนภัยชาวออฟฟิศ!จ้องจอนานระวังฟิล์มน้ำตาพังเสี่ยงตาแห้งเรื้อรังตามัวไม่รู้ตัว

ใครที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือไถฟีดสมาร์ทโฟนติดต่อกันหลายชั่วโมงต่อวัน แล้วเริ่มมีอาการแสบตาคันตาหรือมองเห็นภาพเบลอชั่วคราวรู้ไหมว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องเหนื่อยล้าธรรมดาแต่เป็นสัญญาณเตือนว่าฟิล์มน้ำตาของคุณกำลังถูกทำลาย! จักษุแพทย์เตือนว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลที่ต้องพึ่งพาหน้าจอเกือบตลอดเวลากำลังส่งผลให้เกิด ภาวะตาล้าจากการใช้หน้าจอ (Digital Eye Strain) หรือโรคคอมพิวเตอร์วิชันซินโดรม (Computer Vision Syndrome) เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจทำไมจ้องจอนานฟิล์มน้ำตาถึงพัง?โดยปกติแล้วมนุษย์เราจะกะพริบตาประมาณ 15-20 ครั้งต่อนาทีเพื่อให้มีน้ำตามาเคลือบและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวตาแต่ผลการวิจัยพบว่าเมื่อเราจ้องหน้าจออย่างจดจ่ออัตราการกะพริบตาจะลดลงกว่า 50% ทำให้น้ำตาระเหยออกจากตาเร็วกว่าปกติส่งผลให้เกิดอาการ

  • แสบตา ตาแห้ง ระคายเคืองเหมือนมีเม็ดทรายอยู่ในตา
  • ตาแดงสู้แสงแดดหรือแสงไฟไม่ได้
  • ตามัวชั่วคราวหรือเห็นภาพซ้อน (เนื่องจากผิวตาไม่เรียบเนียนจากน้ำตาที่แห้งไป)

สัญญาณอันตราย: หากปล่อยให้อาการตาแห้งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆอาจนำไปสู่การอักเสบของกระจกตาหรือเกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้นซึ่งส่งผลต่อสายตาในระยะยาว

5 วิธีเซฟดวงตาจากแสงสีฟ้าทำได้ทันทีวันนี้!

หากคุณเลี่ยงการทำงานหน้าจอไม่ได้เพจเรามีคำแนะนำดีๆ ที่จักษุแพทย์แนะนำให้ทำตาม เพื่อปกป้องฟิล์มน้ำตาของคุณครับ

  1. ใช้สูตร 20-20-20 ทุกๆ 20 นาทีที่จ้องหน้าจอให้พักสายตาโดยมองออกไปที่ไกลๆ ระยะ 20 ฟุต (ประมาณ 6 เมตร) เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลาย
  2. ตั้งสติ “กะพริบตา” ให้บ่อยขึ้นฝึกตัวเองให้กะพริบตาถี่ขึ้นเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจ้องจอเพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำตามาเคลือบผิวตา
  3. ปรับระยะและแสงสว่างหน้าจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ห่างจากสายตาประมาณ 50-70 เซนติเมตร และปรับระดับหน้าจอให้ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย (ประมาณ 10-15 องศา) เพื่อลดการเบิกตากว้างเกินไป
  4. ใช้น้ำตาเทียมช่วยสำหรับผู้ที่ตาแห้งมากสามารถหยอดน้ำตาเทียม (แนะนำชนิดที่ไม่มีสารกันเสียหากต้องหยอดบ่อยกว่าวันละ 4 ครั้ง) เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นระหว่างวัน
  5. เปิดโหมดถนอมสายตา (Night Light / Blue Light Filter) บนสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์เพื่อลดความเข้มของแสงสีฟ้าที่เข้าสู่ดวงตาโดยเฉพาะการใช้งานในที่แสงน้อย

อย่ารอให้ตาพังแล้วค่อยแก้! หากลองปรับพฤติกรรมแล้วอาการแสบตาหรือตามัวยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้เข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดนะครับ


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *