
สถานการณ์ความปลอดภัยด้านอาหารของไทยยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเมื่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยผลการตรวจสอบคุณภาพผักและผลไม้นำเข้าล็อตใหญ่พบสารเคมีทางการเกษตรและสารป้องกันการเน่าเสียเกินมาตรฐานในสัดส่วนที่สูงโดยเฉพาะพริกแห้งและส้มซึ่งเป็นวัตถุดิบและผลไม้ที่คนไทยบริโภคกันในชีวิตประจำวันปฏิบัติการเชิงรุกดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่อย. สนธิกำลังร่วมกับกรมศุลกากรลงพื้นที่สำรวจและทดลองมาตรการกักกันสินค้า (Border Rejection) ณ ด่านศุลกากรเชียงของจังหวัดเชียงรายซึ่งเป็นหนึ่งในประตูการค้าริมชายแดนที่สำคัญที่สุดโดยเจ้าหน้าที่ได้สุ่มเก็บตัวอย่างผักและผลไม้ที่มีความเสี่ยงสูงจำนวนรวม 210 รายการส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการอย่างละเอียดพร้อมกับกักสินค้าไว้ที่ด่านทั้งหมดเพื่อรอผลยืนยันผลปรากฏว่ามีสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยและถูกสั่งผลักดันออกนอกราชอาณาจักรสูงถึง 74 รายการหรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 35% ของตัวอย่างทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากสารปนเปื้อนที่เล็ดลอดเข้ามาตามแนวชายแดนซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สกัดกั้นไม่ให้สินค้ากลุ่มนี้กระจายสู่ท้องตลาดในประเทศไทยได้อย่างทันท่วงทีจากการเจาะลึกรายการสินค้าที่พบปัญหามากที่สุดแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักได้แก่
- พริกแห้ง (กลุ่มผัก) เนื่องจากประเทศไทยมีความต้องการบริโภคพริกในปริมาณมหาศาลทำให้ผลผลิตภายในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการจึงต้องมีการนำเข้าพริกแห้งจากต่างประเทศในปริมาณมากในแต่ละปีผลการตรวจวิเคราะห์พบปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมีป้องกันเชื้อราและสารกันเสียในระดับสูงซึ่งมักถูกใช้เพื่อยืดอายุไม่ให้พริกเน่าเสียระหว่างการขนส่งระยะไกล
- ส้ม (กลุ่มผลไม้) เป็นผลไม้นำเข้าที่ตรวจพบอัตราการตกค้างของสารเคมีเกษตรและยาฆ่าแมลงเกินมาตรฐานในสัดส่วนที่สูงที่สุดซึ่งสารเหล่านี้หากสะสมในร่างกายเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาทตับและไต
สำหรับประเด็นข้อกังวลเรื่องการใช้สารฟอร์มาลินในผักและผลไม้นั้น นางสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้ข้อมูลคลายความกังวลว่าจากประสบการณ์และสถิติการตรวจสอบของ อย. ที่ผ่านมาสารฟอร์มาลินมักจะไม่พบในผักหรือผลไม้สดแต่ส่วนใหญ่จะพบการลักลอบใช้ในอาหารสดที่เน่าเสียง่าย เช่น อาหารทะเลหรือปลาหมึกมากกว่าคำแนะนำสำหรับผู้บริโภคในการเลือกซื้อและล้างทำความสะอาดเพื่อให้ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้างและสารปนเปื้อนต่างๆควรปฏิบัติดังนี้
- เลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้สังเกตฉลากหรือเลือกซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการที่มีมาตรฐาน
- ล้างผักและผลไม้ให้ถูกวิธี
- แช่ด้วยน้ำผสมเบกกิ้งโซดา (โซเดียมไบคาร์บอเนต) ในอัตราส่วน 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 10 ลิตร นาน 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
- หรือใช้ด่างทับทิมเจือจาง (เกล็ดด่างทับทิม 2-3 เกล็ดต่อน้ำ 4 ลิตร) แช่ไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก
- สำหรับพริกแห้งควรเลือกซื้อที่มีสีธรรมชาติไม่แดงสดหรือคล้ำผิดปกติและควรล้างทำความสะอาดก่อนนำไปประกอบอาหาร
อย.ยืนยันว่าจะยังคงเข้มงวดมาตรการตรวจสอบสินค้านำเข้าตามด่านชายแดนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนชาวไทยไม่ให้ได้รับอันตรายจากสารเคมีตกค้างเหล่านี้
Leave a Reply