
เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวหลายคนอาจเตรียมเสื้อกันหนาวเครื่องทำความร้อนหรือเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตตามอากาศที่เย็นลงแต่มีโรคหนึ่งที่มักถูกมองข้ามทั้งที่เกิดขึ้นบ่อยในช่วงนี้นั่นคือ “โรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสระบบทางเดินอาหาร” โดยเฉพาะจากโนโรไวรัส (Norovirus) และ โรต้าไวรัส (Rotavirus) ซึ่งแพร่กระจายในอากาศเย็นได้ดีส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกปีโดยเฉพาะในเด็กเล็กผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
ทำไมโรคอุจจาระร่วงจึงพบบ่อยในช่วงอากาศเย็น?
1) ไวรัสทางเดินอาหารระบาดง่ายขึ้น
งานวิจัยหลายฉบับพบว่าไวรัสอย่าง Norovirus และ Rotavirus มีความเสถียรในอากาศเย็นและแห้ง สามารถอยู่บนพื้นผิวได้นานขึ้น จึงมีโอกาสแพร่เชื้อได้มากกว่าฤดูอื่นๆ
2) ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง
ช่วงหน้าหนาวร่างกายได้รับแสงแดดน้อยลง ส่งผลให้ระดับวิตามินดีลดลง ซึ่งมีผลต่อการทำงานของภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายอ่อนแอและติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
3) อยู่รวมกันในพื้นที่ปิดมากขึ้น
อากาศเย็นทำให้หลายคนใช้เวลาในอาคารหรือพื้นที่ปิดการรวมตัวกันเช่นนี้เพิ่มโอกาสในการแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสพื้นผิวหรือการปนเปื้อนในอาหาร
4) พฤติกรรมการกินเปลี่ยน
ฤดูหนาวหลายคนมักกินอาหารมันเผ็ดหรือมื้อใหญ่เพราะรู้สึกอยากกินมากขึ้นรวมถึงดื่มน้ำน้อยลงเพราะไม่กระหาย ซึ่งอาจทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติและเสี่ยงอุจจาระร่วงได้ง่ายขึ้น
5) การทำงานของระบบย่อยอาหารช้าลง
อากาศเย็นอาจทำให้เลือดไหลเวียนช้าลงโดยเฉพาะที่ลำไส้ส่งผลต่อการย่อยและการดูดซึมอาหาร ทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเสียหรืออุจจาระร่วงได้
คำแนะนำเพื่อป้องกันโรคอุจจาระร่วงในช่วงหน้าหนาว
- ล้างมือบ่อยๆโดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอแม้อากาศเย็นจะไม่รู้สึกกระหาย
- เลือกกินอาหารปรุงสุกใหม่หลีกเลี่ยงอาหารค้างหรืออาหารที่เสี่ยงปนเปื้อน
- หลีกเลี่ยงมื้อหนักหรืออาหารมันจัด เผ็ดจัด เพื่อไม่ให้ลำไส้ทำงานหนัก
- ระวังเด็กเล็กเป็นพิเศษหากมีอาการอาเจียนร่วมด้วยเสี่ยงขาดน้ำได้ง่าย
- หากอาการท้องเสียไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 วัน หรือมีไข้สูงควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ
- สำหรับเด็กเล็กแนะนำให้ฉีดวัคซีนโรต้าไวรัสลดความรุนแรงและลดการเกิดอาการท้องเสียรุนแรง
Leave a Reply