เตือนภัยเงียบความดันโลหิตสูงเช็กด่วนค่าเท่าไรถึงเรียกว่าอันตราย?

ภาวะความดันโลหิตสูงเปรียบเสมือนฆาตกรเงียบเพราะส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการเตือนใดๆ รู้ตัวอีกทีอาจสายเกินไปจนนำไปสู่โรคแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง Stroke โรคหัวใจขาดเลือดหรือภาวะไตวายเรื้อรังการหมั่นสังเกตและตรวจเช็กค่าความดันโลหิตของตนเองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดเกณฑ์การวัดระดับความดันโลหิตสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไปการวัดความดันโลหิตประกอบด้วยตัวเลข 2 ค่า ได้แก่ค่าบนความดันขณะหัวใจบีบตัวและค่าล่างความดันขณะหัวใจคลายตัวซึ่งแบ่งระดับความรุนแรงได้ดังนี้ครับ

  • ระดับปกติน้อยกว่า 120 และ น้อยกว่า 80 มม.ปรอท
  • ระดับเริ่มต้นสูง Prehypertension 120-129 และ น้อยกว่า 80 มม.ปรอท (เป็นสัญญาณเตือนว่าควรเริ่มปรับพฤติกรรม)
  • ระดับที่ 1 ความดันโลหิตสูงอ่อนๆ 130-139 หรือ 80-89 มม.ปรอท
  • ระดับที่ 2 ความดันโลหิตสูงปานกลางถึงรุนแรง 140 ขึ้นไป หรือ 90 ขึ้นไป มม.ปรอท
  • ภาวะวิกฤตความดันโลหิตสูง Hypertensive Crisis สูงกว่า 180 และ/หรือ สูงกว่า 120 มม.ปรอทหากมีอาการร่วม เช่น แน่นหน้าอกหายใจไม่อิ่มหรือชาตามร่างกายให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
ปัจจัยเสี่ยงและคำแนะนำในการดูแลสุขภาพความดันโลหิตสูงไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์เพียงอย่างเดียวพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันมีส่วนสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนตัวเลขความดันให้สูงขึ้น
  • ลดการบริโภคโซเดียมโซเดียมส่วนเกินจากเกลือน้ำปลาซอสปรุงรสและอาหารแปรรูป เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดหดตัวและกักเก็บน้ำในร่างกายมากขึ้น
  • ปรับสมดุลโภชนาการ:เน้นการทานพืชผักผลไม้ธัญพืชไม่ขัดสีและอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย ผักใบเขียวซึ่งช่วยขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงน้ำตาลและไขมันทรานส์
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอการคาร์ดิโอหรือการเคลื่อนไหวร่างกายสัปดาห์ละ 150 นาที ช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นและลดความต้านทานในหลอดเลือดได้ดี
  • จัดการความเครียดและนอนหลับให้เพียงพอฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) และการนอนดึกเรื้อรังส่งผลโดยตรงต่ออัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต

ลองหยิบเครื่องวัดความดันมาเช็กค่าของคุณวันนี้เพื่อลดความเสี่ยงและปกป้องสุขภาพหลอดเลือดในระยะยาวกันครับ


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *