
โรคหลอดเลือดสมองถือเป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนไทยอย่างต่อเนื่องจากสถิติพบว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคนี้สูงถึงปีละประมาณ 150,000 คน หรือคิดเป็นผู้ป่วย 1 รายทุก 4 นาทีและเสียชีวิตทุก 10 นาที โรคนี้ไม่เพียงเสี่ยงต่อชีวิตเท่านั้นแต่ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตเนื่องจากอาจทำให้เกิดอัมพฤกษ์อัมพาตหรือความพิการถาวรช่วงเวลาที่เกิดโรคและความรุนแรงของอาการมีความแตกต่างกันผู้ป่วยสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก
1. กลุ่มอาการน้อย
ผู้ป่วยจะมีอาการเล็กน้อย เช่น พูดไม่ชัด มุมปากตก แขนหรือขาอ่อนแรงแต่ยังสามารถเดินได้และมักไม่มีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย
2. กลุ่มอาการปานกลาง
อาการเปลี่ยนแปลงเร็ว อ่อนแรงจนขยับไม่ได้หรือพูดไม่ได้ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนการฟื้นตัวเริ่มเห็นผลชัดเจนประมาณสัปดาห์ที่ 3 แต่ไม่กลับมาเป็นปกติเต็มที่
3. กลุ่มอาการรุนแรง
เกิดในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวานหรือเคยเป็นอัมพฤกษ์มาก่อน อาการมักเกิดอย่างเฉียบพลันหรือซึมลงอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและอาจเสียชีวิต
วิธีสังเกตโรคหลอดเลือดสมองอย่างรวดเร็วหลัก BEFAST
- B – Balance: เดินเซ เวียนศีรษะบ้านหมุนฉับพลัน
- E – Eyes: ตามัว มองไม่เห็น หรือเห็นภาพซ้อนฉับพลัน
- F – Face: หน้าเบี้ยวปากเบี้ยว
- A – Arm: แขนขาอ่อนแรงหรือขยับไม่สะดวก
- S – Speech: พูดไม่ชัด พูดอ้อแอ้หรือพูดไม่ออก
- T – Time: เวลาเป็นสิ่งสำคัญหากสังเกตอาการใดๆให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
คำแนะนำเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง
- ควบคุมปัจจัยเสี่ยงรักษาความดันโลหิตน้ำตาลและไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลดความเสี่ยงหลอดเลือดตีบ
- งดสูบบุหรี่และลดแอลกอฮอล์เพื่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำตรวจความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ
- รู้จักสัญญาณเตือนหากพบอาการใดๆตามหลัก BEFAST ให้รีบพบแพทย์ทันที
การเข้าใจและสังเกตอาการของโรคหลอดเลือดสมองอย่างรวดเร็วเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยชีวิตและลดผลกระทบระยะยาวการป้องกันควบคู่กับความรู้ที่ถูกต้องจะช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสฟื้นตัวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
Leave a Reply