
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Purdue ประเทศสหรัฐอเมริกา ร่วมกับศูนย์ชีวการแพทย์แห่งรวันดา (Rwanda Biomedical Center) ได้พัฒนาเทคโนโลยีตรวจภาวะโลหิตจาง (Anemia) ที่ไม่ต้องพึ่งการเจาะเลือดอีกต่อไป โดยใช้เพียง “ภาพถ่ายดวงตา” จากสมาร์ตโฟนทั่วไป เพื่อวิเคราะห์ความผิดปกติของฮีโมโกลบินในร่างกายเด็กได้อย่างแม่นยำงานวิจัยนี้มีชื่อว่า
“Radiomic identification of anemia features in monochromatic conjunctiva photographs in school-age children” ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2025 เป็นการศึกษาครั้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนวิธีคัดกรองโรคโลหิตจางในเด็กทั่วโลก ภาพถ่ายดวงตา = ข้อมูลสุขภาพเลือดทีมวิจัยได้เก็บข้อมูลจากเด็กอายุ 5–15 ปี จำนวน 565 คน ในประเทศรวันดา โดยใช้กล้องสมาร์ตโฟนสามรุ่นในการถ่ายภาพ “เยื่อบุตา” (Conjunctiva) หรือบริเวณเนื้อเยื่อด้านในของเปลือกตาล่าง ซึ่งเป็นจุดที่แสดงความซีดของเลือดได้ชัด นักวิจัยใช้เทคนิคที่เรียกว่า Radiomics กระบวนการวิเคราะห์ภาพเชิงลึกเพื่อดึงข้อมูลเชิงปริมาณ เช่น ความเข้มของสี (สีแดง/ซีด) ความเรียบของพื้นผิวความแตกต่างของลักษณะเนื้อเยื่อข้อมูลเหล่านี้จะถูกประมวลผลโดย AI อัลกอริทึมเฉพาะทาง เพื่อเชื่อมโยงกับระดับ ฮีโมโกลบิน (Hemoglobin: Hb) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหลักของภาวะโลหิตจาง
ผลการศึกษาน่าทึ่งสมาร์ตโฟนก็กลายเป็นเครื่องมือแพทย์ได้
AI ที่พัฒนาในโครงการสามารถ ทำนายภาวะโลหิตจางได้อย่างแม่นยำใกล้เคียงกับการตรวจเลือดในห้องแล็บนั่นหมายความว่าแค่ใช้สมาร์ตโฟนถ่ายภาพดวงตาก็สามารถคัดกรองเด็กที่มีความเสี่ยงโลหิตจางได้ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์แพงหรือเจ็บตัวจากการเจาะเลือด เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพสูงในการนำไปใช้ในพื้นที่ห่างไกลหรือประเทศที่มีทรัพยากรจำกัด โดยเฉพาะในแอฟริกา เอเชีย และประเทศกำลังพัฒนาที่ภาวะโลหิตจางในเด็กยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ
ข้อดีและศักยภาพในอนาคต
1. ลดความจำเป็นในการเจาะเลือดซ้ำๆ เด็กหลายคนกลัวการเจาะเลือด การใช้ภาพถ่ายช่วยลดความเจ็บปวดและความวิตกกังวลได้มาก
2. ใช้งานง่ายและเข้าถึงได้กว้างสมาร์ตโฟนธรรมดาก็เพียงพอ ไม่ต้องใช้กล้องแพทย์เฉพาะทาง ทำให้บุคลากรสาธารณสุขระดับชุมชนสามารถใช้ได้ทันที
3. วิเคราะห์ผลรวดเร็วและแม่นยำด้วย AI ข้อมูลสามารถส่งเข้าสู่ระบบประมวลผลกลางเพื่อให้แพทย์วินิจฉัยได้รวดเร็ว เหมาะกับระบบสาธารณสุขยุคดิจิทัล
4. ขยายสู่การตรวจโรคอื่นในอนาคต เทคนิค Radiomics เดียวกันอาจต่อยอดเพื่อตรวจภาวะอื่น เช่น โรคตับ เบาหวาน หรือแม้แต่ภาวะขาดสารอาหาร ผ่านการวิเคราะห์ลักษณะของดวงตาและผิวหนัง
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
แม้เทคโนโลยีนี้จะมีศักยภาพสูง แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและต้องผ่านการรับรองก่อนใช้งานจริงในคลินิก อย่างไรก็ตามผู้ปกครองควรตระหนักว่าภาวะโลหิตจางในเด็กเป็นเรื่องสำคัญเพราะส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและสมาธิในการเรียนรู้สังเกตอาการ เช่น ซีด เหนื่อยง่าย ใจสั่น เบื่ออาหารพาเด็กตรวจสุขภาพประจำปี เน้นอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ ผักใบเขียวและธัญพืชไม่ขัดสี เทคโนโลยีตรวจโลหิตจางจาก “ภาพถ่ายดวงตา” คือก้าวสำคัญของวงการ AI ทางการแพทย์ (Medical AI) ที่ผสมผสาน สมาร์ตโฟน + ปัญญาประดิษฐ์ + วิทยาศาสตร์ข้อมูลภาพ เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพเด็กให้เข้าถึงง่ายปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น “ในอนาคตการตรวจสุขภาพอาจไม่ต้องใช้เข็มอีกต่อไปแค่กล้องมือถือก็เพียงพอในการดูแลชีวิตคนได้”
Leave a Reply