
ทักษะที่เคยจำเป็นมากอาจกลายเป็นตกยุค หรือทักษะที่เคยคาดไม่ถึงก็อาจเป็นจำเป็นขึ้นมาเช่นในปัจจุบันที่ การปรับตัวเห็นอกเห็นใจและตอบสนองไวเป็นทักษะทางสังคมหรือ Soft Skill ที่สำคัญขึ้นมาขณะเดียวกัน การรู้เท่าทันและใช้เอไอให้เป็น ก็กลายเป็นทักษะทางเทคนิคหรือ Hard Skill ที่จำเป็นขึ้นมาแต่ไม่ว่าเทรนด์และรูปแบบการทำงานจะเปลี่ยนไปอย่างไร งานล้นมือก็ยังคงเป็นปัญหาดังนั้นทักษะการเคลียร์งาน จึงเป็นทักษะที่ขาดไม่ได้ และมีการคิดค้นสูตรเคลียร์ออกมากันไม่ขาดสาย เพื่อรองรับความต้องการ 1-3-5 คือสูตรเคลียร์งานลดมือ โดยแม้ไม่แน่ชัดว่าใครคือผู้คิดค้น แต่ก็เป็นที่รู้จักขึ้นมาหลัง Betty Liu รองประธานบริหารตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กของสหรัฐฯ เผยว่า เป็นแนวทางการทำงานที่ใช้มาหลายปี สูตร 1-3-5 แบ่งงานด้วยประเภทกับจำนวนงานและเน้นการลำดับความสำคัญ โดย 1 คือ งานใหญ่และสำคัญสุดต้องทำให้เสร็จก่อนเป็นอันดับแรก เช่น ดีลใหญ่สำคัญต่ออนาคตบริษัทจึงเป็นการที่กินเวลามากสุดของวันถัดมา 3 คือ 3 งานสำคัญรองลงมา เช่น การติดตามความคืบหน้าต่างๆ ระหว่างวันปิดท้ายด้วย 5 คือ 5 งานยิบย่อยที่เอาไว้ทำหลัง สุดได้อาจไม่จำเป็นต้องให้เสร็จแต่ก็ต้องให้คืบหน้าไปมากที่สุด เช่น เช็ค E-mail จัดโต๊ะทำงาน หรือเปิดดีลธุรกิจใหม่ๆ 4 ข้อจำให้มั่นเมื่อใช้สูตร 1-3-5 เน้นภาพใหญ่ข้อแรกที่ลืมไม่ได้เมื่อใช้สูตร 1-3-5 คือการมองภาพใหญ่ในแต่ละวัน ว่ามีงานอะไรต้องทำบ้างและงานไหนที่ทำแล้วจะพาให้หน้าที่การงานก้าวหน้ามากสุดเพื่อให้มีเวลาเพียงพอให้ทำงานที่สำคัญรองๆลงมาลำดับความสำคัญข้อถัดมาคือการเรียงลำดับความสำคัญให้ดี ว่างานไหนสำคัญที่สุดเพราะถ้าพลาดอาจกระทบไปถึงภาพรวมของงานทั้งหมด และความก้าวหน้าของ งานอื่นๆด้วยจัดวางกรอบคร่าวๆ เอาไว้อีกข้อที่ลืมไม่ได้คือทุกครั้งที่ใช้สูตร 1-3-5 คือความยืดหยุ่นเช่น ถ้างานใหญ่และสำคัญที่สุดเสร็จเร็วกว่ากำหนดก็อาจเริ่มงานต่อไปได้เลยและถ้ารู้สึกว่าล้าหรือเครียดก็ควรพักสักครู่ ก็ทำงานถัดๆไปหรือไม่ควรลืม Work-Life Balance นั่นเองให้คะแนนเมื่อหมดวันข้อสุดท้ายที่ควรทำเมื่อใช้สูตร 1-3-5 คือการประเมินผลงานหรือให้ KPI ตัวเองเพราะเป็นโอกาสให้ได้ทบทวนถึงจุดบกพร่องหรือข้อผิดพลาดเพื่อพัฒนางานของวันต่อๆไป บริหารเวลาและเคลียร์งานล้นมือให้ดีขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/marketeeronline
Leave a Reply