
เมื่อพูดถึงวัยทองหรือช่วงวัยหมดประจำเดือนหลายคนมักจะนึกถึงแค่อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืนหรืออารมณ์แปรปรวนแต่ในความเป็นจริงการลดลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ส่งผลกระทบเชิงลึกต่อระบบต่างๆในร่างกายอย่างกว้างขวางโดยอาจแสดงออกมาผ่าน 7 อาการเงียบที่คุณอาจไม่เคยสงสัยดังนี้
- ผิวแห้งคันง่ายแต่งหน้าไม่ติดระดับเอสโตรเจนที่ลดลงส่งผลให้คอลลาเจนในผิวลดลงอย่างรวดเร็วเกราะป้องกันผิวอ่อนแอทำให้ผิวเสียความชุ่มชื้นคันและบอบบางลง
- ปวดข้อข้อฝืดเมื่อยล้าฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทในการลดการอักเสบและรักษาความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อเมื่อฮอร์โมนลดลงจึงเกิดอาการข้อตื่นตัวฝืดในตอนเช้าหรือปวดเมื่อยตามร่างกาย
- ช่องปากแห้งแสบปากหรือปัญหาเหงือกความชุ่มชื้นในเยื่อบุช่องปากและปริมาณน้ำลายลดลงส่งผลให้เกิดอาการแสบร้อนปากแห้งและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเหงือก
- กลิ่นกายเปลี่ยนไปการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนร่วมกับสภาวะเหงื่อและสมดุลจุลินทรีย์บนผิวหนัง (Microbiome) เปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้กลิ่นตัวต่างไปจากเดิม
- ตาแห้งแสบตาระคายเคืองต่อมน้ำตาทำงานลดลงตามระดับฮอร์โมนทำให้ตาล้าง่ายเมื่อใช้สายตาหรือใส่คอนแทคเลนส์ได้ไม่นาน
- ระบบปัสสาวะเปลี่ยนไปกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและเนื้อเยื่อทางเดินปัสสาวะบางลง ทำให้ปัสสาวะบ่อยกั้นยากหรือปัสสาวะเล็ดเวลาไอ/จาม (GSM – Genitourinary Syndrome of Menopause)
- ภาวะสมองลา (Brain Fog) หลงลืมง่ายนึกคำพูดไม่ออกหรือขาดสมาธิเกิดจากความผันผวนของฮอร์โมนร่วมกับคุณภาพการนอนหลับที่ลดลง
ข้อแนะนำและการดูแลตัวเองสำหรับผู้หญิง 40+
- ไม่ควรเหมาว่าทุกอาการเกิดจากวัยทองแม้อาการดังกล่าวจะสัมพันธ์กับฮอร์โมนแต่ก็อาจเป็นสัญญาณของโรคอื่น เช่น โรคไทรอยด์ หรือภาวะขาดวิตามินหากมีอาการรุนแรงควรพบแพทย์เพื่อตรวจ
- ปรับโภชนาการเน้นรับประทานอาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogens) เช่น ถั่วเหลือง นมถั่วเหลืองและเพิ่มอาหารที่มีแคลเซียม วิตามินดี และโอเมก้า-3
- ฟื้นฟูความชุ่มชื้นเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนดื่มน้ำให้เพียงพอและใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเมื่อมีอาการแห้ง
- ออกกำลังกายและฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานการบริหารกล้ามเนื้อด้วยท่าเคเกล (Kegel exercises) ช่วยลดปัญหาปัสสาวะเล็ดและการออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักช่วยรักษามวลกระดูก
Leave a Reply