
ในยุคที่ความเครียดสะสมเป็นเรื่องใกล้ตัวการระบายความรู้สึกกับคนสนิทถือเป็นกลไกการรับมือ Coping Mechanism ตามธรรมชาติที่ช่วยบรรเทาความอัดอั้นทางจิตใจแต่บางครั้งเส้นแบ่งระหว่างการแบ่งปันความรู้สึกกับการทุ่มภาระทางอารมณ์ใส่ผู้อื่นก็บางเบามากจนอาจนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า Trauma Dumping หรือพฤติกรรมการระบายความทุกข์ที่ท่วมท้นใส่ผู้อื่นฝ่ายเดียวโดยไม่ทันได้ตั้งตัวและไม่ได้รับความยินยอมในมุมมองด้านสุขภาพจิตการพูดถึงความเศร้าหรือปัญหาไม่ใช่เรื่องผิดเพราะการได้รับแรงสนับสนุนทางสังคม Social Support คือหัวใจสำคัญของการเยียวยาจิตใจสิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือวิธีการและขอบเขตในการสื่อสารเพื่อไม่ให้ความหวังดีของผู้ฟังกลายเป็นภาระทางอารมณ์เรื้อรังสัญญาณเตือนเมื่อการระบายกำลังกลายเป็นพิษต่อความสัมพันธ์การระบายความรู้สึกเพียงครั้งเดียวไม่ได้แปลว่าเป็นการทำ Trauma Dumping ทันทีแต่พฤติกรรมนี้จะมีลักษณะเฉพาะที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ฟังดังนี้
- ขาดการเคารพขอบเขตของผู้อื่นเริ่มต้นบทสนทนาด้วยเรื่องหนักหน่วงทันทีโดยไม่ถามความพร้อมไม่ดูเวลาสถานที่หรือสภาพจิตใจของผู้ฟังในขณะนั้นทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดแต่ปฏิเสธหรือยุติบทสนทนาไม่ได้
- ผลักภาระทางอารมณ์ให้แบกรับแม้การขอคำปรึกษาจะเป็นเรื่องปกติแต่เป้าหมายกลับกลายเป็นคาดหวังให้อีกฝ่ายต้องรับผิดชอบในการเปลี่ยนอารมณ์หรือทำให้เรารู้สึกดีขึ้นทันทีโดยที่ตนเองไม่ยอมจัดการความรู้สึกของตัวเอง
- ความสัมพันธ์มีแต่วิกฤตตลอดเวลารูปแบบความสัมพันธ์เริ่มบิดเบี้ยวกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ชีวิตอีกฝ่ายต้องคอยทำหน้าที่เป็นผู้พยุงจิตใจ (Emotional Crutch) ตลอดเวลาจนไม่มีพื้นที่เหลือให้พูดถึงชีวิตหรือปัญหาของอีกฝ่ายเลย
แนวทางการดูแลความรู้สึกและการสื่อสารอย่างถูกวิธีการสร้างความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความใส่ใจในการสื่อสารเพื่อให้ทั้งผู้เล่าและผู้ฟังรู้สึกสบายใจและไม่สูญเสียพลังงานชีวิตจนเกินไป
- เช็กความพร้อมก่อนเสมอฝึกนิสัยการถามไถ่และขออนุญาตก่อน เช่น ตอนนี้เธอสะดวกฟังเรื่องหนักๆหรือมีพลังงานพอไหมเพื่อให้อีกฝ่ายมีสิทธิ์เลือกอย่างปลอดภัย
- บอกความต้องการให้ชัดเจนกำหนดขอบเขตของบทสนทนาว่าเราต้องการสิ่งใด เช่น ต้องการแค่คนรับฟังระบายความรู้สึกเฉยๆหรือต้องการคำแนะนำเพื่อที่ผู้ฟังจะได้เตรียมรับมือได้อย่างถูกวิธี
- กระจายแหล่งสนับสนุน (Network of Support) ไม่ควรพึ่งพาหรือทุ่มความกดดันทั้งหมดไว้ที่คนเพียงคนเดียวควรแบ่งปันเรื่องราวไปยังเพื่อนหลายๆคนญาติกลุ่มช่วยเหลือ (Support Group) หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอย่างนักบำบัด
- ใช้พื้นที่ส่วนตัวจัดระเบียบความคิดหากยังไม่พร้อมหรือเกรงใจคนรอบข้างการเขียนบันทึก (Journaling) หรืออัดเสียงพูดคุยกับตัวเองสามารถช่วยระบายและจัดระเบียบความรู้สึกที่อัดอั้นให้ออกมาเป็นระบบได้ดีขึ้น
การตระหนักรู้และกล้าที่จะเอ่ยคำขอโทษหรือขอบคุณเมื่อเราเผลอทุ่มความรู้สึกใส่ใครโดยไม่ทันตั้งตัวถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยรักษาความสัมพันธ์อันดีและช่วยให้เราดูแลสุขภาพจิตของกันและกันได้อย่างยั่งยืน
Leave a Reply