เพราะชีวิต ผิดพลาดได้

 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ถือว่าเป็นวันอีกหนึ่งวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาด้วยเพราะเป็นวันออกพรรษาซึ่งเป็นวันสุดท้ายแห่งการจำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์และเป็นวันที่พุทธบริษัททั้งชาววัดชาวบ้านพร้อมใจกันกระทำบุญตามคติประเพณีที่เคยประพฤติปฏิบัติสืบๆ กันมาแต่โบราณกาลเช่นมีการตักบาตรเทโวและยังมีชื่อเรียกวันออกพรรษาอีกอย่างหนึ่งว่า ” วันปวารณา หรือ วันมหาปวารณา” มีความหมายว่าพระภิกษุทั้งหลายทั้งพระผู้ใหญ่และพระผู้น้อยต่างเปิดโอกาสอนุญาตแก่กันและกันให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ การที่พระท่านกล่าวปวารณา (ยอมให้ว่ากล่าวตักเตือน) กันไว้ ในเมื่อต่างองค์ต่างต้องจากกันไปองค์ละทิศละทาง ท่านเกรงว่าอาจมีข้อประพฤติปฏิบัติที่ไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น โดยตัวพระท่านเองรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือมองไม่เห็นเหมือนผงเข้าตาตัวเอง แม้ผลจะอยู่ชิดติดกับลูกนัยน์ตา เราก็ไม่สามารถมองเห็นผลนั้นได้ จำเป็นต้องไหว้วานขอร้องผู้อื่นให้มาช่วยดูหรือต้องใช้กระจกส่องดู เพราะฉะนั้น พระท่านจึงใช้วิธีการกล่าวปวารณาตัดไว้เพื่อท่านรูปอื่นได้เห็นหรือแม้แต่ได้ยินได้ฟัง เรื่องดีไม่ดีไม่งามอะไรก็ตามให้กล่าวแนะนำตักเตือนได้โดยไม่ต้องเกรงใจกันทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อยด้วยเจตนาดีต่อกันการกล่าวปวารณา เท่ากับเป็นการช่วยระมัดระวังข้อประพฤติปฏิบัติที่ไม่ดีของพระรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดน้อยๆ นี้ที่จะลุกลามก่อความเสื่อมเสียไปถึงพระหมู่มาก และลุกลามไปถึงพระพุทธศาสนาอันเป็นจุดศูนย์ที่ใหญ่ได้ ท่านจึงใช้วิธีป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าการแก้ไขในภายหลังและสำหรับพวกเรา ที่อาจจะเป็นคนธรรมดามิได้เป็นพระภิกษุสงฆ์ เราก็อาจจะเคยมีเรื่องที่กระทำผิด ไม่ถูกต้อง และก่อให้เกิดความเสียหาย ผิดพลาดต่อชีวิตได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ที่จะต้องเผชิญกับความผิดพลาดกันได้ แต่สิ่งสำคัญคือ เมื่อเราเจอกับสิ่งผิดพลาด เราจัดการ และก้าวข้ามมาได้อย่างไร ดังนั้นวันนี้ TIPlife จึงนำเอา คำแนะนำดีๆ 7 ข้อ มาให้กับทุกคน เผื่อนำไปปรับใช้ แก้ปัญหา และเดินหน้าต่อกันได้ครับ
7 วิธีที่จะช่วยให้เราแก้ไขข้อผิดพลาด และไม่ทำให้มันแย่ลง
1. อนุญาตให้ตัวเองรู้สึกแย่ได้ การอนุญาตให้ตัวเองได้รู้สึกแย่ เป็นกลไกสำคัญของการยอมรับ มันเป็นเรื่องปกติมากที่เราจะรู้สึกอับอาย ผิดหวัง หรือกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่สิ่งสำคัญคือการยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และปล่อยให้ตัวเองได้มีเวลาทำความเข้าใจกับความรู้สึกที่เผชิญ แต่ไม่ปล่อยให้จมอยู่นานจนเกินไป และสิ่งสำคัญคือการบอกตัวเองว่าความผิดพลาดครั้งนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของทุกอย่าง
2. ระบุให้ได้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกางปัญหาออกมาว่าความผิดพลาดคืออะไร , การกระทำไหนที่ทำให้เกิดความผิดพลาดนี้ แล้วสิ่งที่เป็นผลกระทบจากเหตุการณ์นี้คืออะไรบ้าง แล้วจริงๆ เราควรใช้วิธีไหนแทนสิ่งที่ทำไปแล้วบ้างหากย้อนกลับไปได้ และเราจะป้องกันเรื่องนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคตได้อย่างไร
3. มองปัญหาและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งใสผู้ที่แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จะให้คุณค่ากับการรับมือกับปัญหาอย่างโปร่งใส พวกเขาจะไม่ปล่อยให้สิ่งที่เป็นวาระซ่อนเร้นดำเนินต่อไปจนกลายเป็น toxic เพราะเมื่อไหร่ที่มองเห็นความผิดพลาดหรือปัญหา นักแก้ปัญหาที่ดีจะรับมือสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการแชร์สิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงของปัญหากับเพื่อนร่วมงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง และทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้น เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง ปัญหาจะถูกระบุให้ชัดเจนพร้อมกับแก้ไขมัน และบางครั้งถ้าเราได้กลับมามองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่จากมุมมองที่ปราศจากความลำเอียงหรืออคติ เราจะสามารถเห็นปัญหาและภาพรวมของมันได้ชัดเจนขึ้น
4. เสนอวิธีแก้ไขปัญหาที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วหลังจากที่เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ให้เสนอข้อมูลที่เราสามารถหาได้จากการวิเคราะห์ปัญหา และสื่อสารกับคนในทีมหรือในองค์กรที่คุณคิดว่าพวกเขาสามารถช่วยได้ และมันคือโอกาสที่จะปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่เกิดขึ้น การที่ทีมหรือองค์กรเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งปัญหาภายนอกและภายใน เรื่องไหนที่ควบคุมได้หรือควบคุมไม่ได้ จากนั้นจะเข้าสู่การเริ่มต้นรวบรวมข้อมูลและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จากผู้อื่น นำมาสู่วิธีการแก้ปัญหา และทำให้แน่ใจว่าใครก็ตามที่มีผลกระทบกับปัญหานี้ได้เข้าใจวิธีการแก้ไขที่ถูกต้องแล้วจริงๆ
5. แก้ไขข้อผิดพลาดนั้นหากคุณทำได้ พร้อมกับปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่หากยัง พอมีวิธีที่จะแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดนั้น ให้ลงมือทำทันที และถ้าความผิดพลาดนั้นกระทบกับเพื่อนร่วมงาน หรือบุคคลอื่นให้ขอโทษพวกเขาอย่างจริงใจ พร้อมกับปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน คุณอาจลองปรับเปลี่ยนวิธีหรือสไตล์การทำงานเสียใหม่ จนกว่าคุณจะพบว่ารูปแบบไหนที่ดีและเหมาะสมกับคุณหรือทีมที่สุด
6. สอบถามความเห็น หรือคำแนะนำจากคนในทีมหากปัญหานั้นไม่ใช่ปัญหาที่คุณสามารถแก้ไขได้ลำพัง การสอบถามความเห็นจากคนในทีม หรือสอบถามจากใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หรือผู้ที่สามารถให้ความเห็นที่จริงใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะมันจะให้มุมมองใหม่ๆ และคำแนะนำที่สำคัญต่อการฟื้นฟูข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น
7. เรียนรู้จากความผิดพลาด แล้วก้าวต่อไปหากคุณทำเต็มที่แล้ว และทำดีที่สุดแล้วในการเยียวยาแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จนมั่นใจแล้วว่ามันจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก ให้เก็บมันเป็นบทเรียน และขอคำปรึกษาจากผู้คนที่ไว้ใจ จากนั้นให้ปล่อยวาง และกลับมาสู่เส้นทางเดิมของการดำเนินชีวิตและการทำงาน บางครั้งสถานการณ์เช่นนี้อาจทำให้ความมั่นใจของเราสั่นคลอนไปบ้างไม่มากก็น้อย ถ้าคุณรู้สึกไม่มั่นคงหรือกังวลที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า จงอย่าปล่อยให้ตัวเองล้มลงไปอีกครั้ง และอย่าปล่อยให้ความกลัวและความสงสัยในตัวเองรั้งคุณไว้ข้างหลัง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นได้จบลงแล้ว

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=385990307110377&set=a.219204293788980


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *